เงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้น 0.35%
กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรือเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ 108.13 จุด เพิ่มขึ้น 0.35% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 ที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 0.29% โดยปัจจัยหลักที่ทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงมาจากเดือนก่อนหน้า (กรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 0.38%) คือ การลดลงของราคาพลังงานและอาหารสด
ราคาพลังงานและอาหารสดเป็นปัจจัยสำคัญ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ราคาพลังงานในเดือนสิงหาคม 2568 ลดลง 2.88% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการลดลงของราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน ขณะที่ราคาอาหารสดลดลง 0.55% จากการลดลงของราคาผักสด ผลไม้สด และเนื้อสัตว์บางประเภท โดยเฉพาะเนื้อหมูที่ปรับตัวลดลงตามต้นทุนอาหารสัตว์ที่ถูกลง
เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.41%
ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงาน ในเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้น 0.41% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการปรับขึ้นราคาสินค้าในหมวดอาหารสำเร็จรูป อาทิ ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงค่าบริการส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
กระทรวงพาณิชย์คาดเงินเฟ้อทั้งปี 2568 อยู่ที่ 0.1-0.7%
กระทรวงพาณิชย์ยังคงประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2568 ไว้ที่กรอบ 0.1-0.7% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 0.4% เนื่องจากแรงกดดันด้านราคายังมีจำกัด จากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล เช่น การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง ขณะที่ผลผลิตทางการเกษตรคาดว่าจะเพิ่มขึ้น
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย
นายพูนพงษ์กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำสะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ ซึ่งสอดคล้องกับเครื่องชี้เศรษฐกิจอื่นๆ เช่น การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวชะลอลง อย่างไรก็ตาม การที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำช่วยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกดดันด้านราคา



