เงินบาทชะลออ่อนค่าแตะ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ ตามบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลด
เงินบาทชะลออ่อนค่าแตะ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ ตามบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลด

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.38-33.48 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะมีจังหวะอ่อนค่าเข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงที่ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนหลุดโซนแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยที่ชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท

การอ่อนค่าของเงินบาทถูกชะลอลง สอดคล้องกับการพลิกกลับมาย่อตัวลงของเงินดอลลาร์ หลังบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ตามการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบ จากสัญญาณการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ลงเหลือโอกาสราว 44% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้

แรงหนุนเงินดอลลาร์จากความกังวล AI/Semiconductor

อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนจากความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อรายงานผลประกอบการของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor โดยเฉพาะ Micron ที่จะประกาศผลประกอบการในช่วง After Market สะท้อนผ่านการเคลื่อนไหวผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มเงินบาทระยะสั้น: Two-way risk

นายพูนคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอน จนกว่าจะเห็นการลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการเปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อานิสงส์จากนักลงทุนต่างชาติและข้อมูลเศรษฐกิจ

เงินบาทอาจพอได้อานิสงส์บ้าง หากบรรดานักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อหุ้นธีม AI/Semiconductor ของไทยอีกครั้ง หรืออย่างน้อยไม่ได้เทขายหนักเหมือนในจังหวะที่เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 33.00 บาทต่อดอลลาร์อย่างชัดเจน ประกอบกับเงินดอลลาร์อาจเคลื่อนไหว Sideways ไปก่อน เพื่อรอรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในช่วง 19.30 น. คืนนี้

มุมมองระยะกลาง: แนวโน้มอ่อนค่าลง

เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” ทำให้นายพูนมองว่าเงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways และแม้จะอ่อนค่าลงบ้าง เช่น ในช่วงรับรู้รายงานยอดการส่งออกและนำเข้าของไทยที่คาดว่าจะยังคงเห็นการขาดดุลการค้าต่อเนื่อง แต่ประเมินว่าการอ่อนค่าของเงินบาทอาจไม่เกินโซน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ไปมากนัก แต่จะยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าตามโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ยังมีอยู่ จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED

ดังนั้น จะยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน เมื่อประเมินในเชิงเทคนิคัลตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่าจะเห็นเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนใน Time Frame รายสัปดาห์ จึงจะปรับมุมมองใหม่ว่าเงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง

กรอบเงินบาท 24 ชั่วโมง

นายพูนมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.20-33.60 บาทต่อดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคาร

ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 33.387 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันสำหรับสกุลเงินสำคัญ: USD อัตราซื้อ 33.0829 อัตราขาย 33.4746, GBP อัตราซื้อ 43.4545 อัตราขาย 44.3573, EUR อัตราซื้อ 37.5340 อัตราขาย 38.2814, JPY อัตราซื้อ 20.2522 อัตราขาย 20.9589, HKD อัตราซื้อ 4.2034 อัตราขาย 4.2814