ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล กรณีมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยสั่งพักการใช้อำนาจหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคชั่วคราวตามที่กฎหมายกำหนด
คำร้องของ กกต. สู่การพิจารณาของศาล
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญแถลงว่าได้รับคำร้องจาก กกต. ลงวันที่ 25 มีนาคม ให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 92 ว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ โดยศาลเห็นว่าคำร้องมีหลักฐานเพียงพอ จึงรับไว้พิจารณาและสั่งให้กรรมการบริหารพรรค 11 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมเป็นต้นไป
ข้อกล่าวหาต่อพรรคก้าวไกล
กกต. กล่าวหาว่าพรรคก้าวไกลกระทำการอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ โดยเฉพาะการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นการเรียกร้องให้ล้มล้างการปกครอง นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมอื่นที่ส่อไปในทางเดียวกัน หากศาลวินิจฉัยว่าผิดจริง พรรคอาจถูกยุบและกรรมการบริหารอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า "เรายืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง การเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของประชาชน พรรคจะต่อสู้คดีนี้อย่างเต็มที่" ขณะที่นักวิชาการมองว่าคำร้องนี้อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางการเมืองในระยะยาว
ผลกระทบทางการเมือง
การรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญทำให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริหารอาจส่งผลต่อการทำงานของพรรคในช่วงก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่การชุมนุมประท้วงหากคำวินิจฉัยออกมาในทางลบ
ขั้นตอนต่อไปในกระบวนการยุติธรรม
ศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานภายใน 30 วันนับจากวันรับคำร้อง โดยคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยภายในเดือนพฤษภาคม 2568 หากศาลวินิจฉัยว่าพรรคก้าวไกลกระทำผิดจริง จะมีคำสั่งยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารทันที ซึ่งจะส่งผลให้ สส. ของพรรคต้องย้ายไปสังกัดพรรคอื่นภายใน 60 วัน



