ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของฝ่ายค้านที่ขอให้ตีความวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าครบ 8 ปีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่หรือไม่ โดยนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2557 หลังรัฐประหาร
รายละเอียดคำร้อง
คำร้องดังกล่าวยื่นโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน จำนวน 171 คน นำโดยนายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ กำหนดให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี โดยนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งไม่ว่าติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม
ฝ่ายค้านระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และต่อมาดำรงตำแหน่งต่อภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ดังนั้นเมื่อนับถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 จะครบ 8 ปีพอดี
จุดยืนของรัฐบาล
ฝ่ายรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเริ่มนับเมื่อรัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลบังคับใช้ในปี 2562 ทำให้ยังไม่ครบ 8 ปี โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการนับวาระของนายกฯ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันเท่านั้น
กำหนดการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 5 ตุลาคม 2565 โดยจะมีการไต่สวนพยานหลักฐานและรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง ก่อนจะมีคำวินิจฉัยในเวลาต่อมา ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันทุกองค์กร
ผลกระทบทางการเมือง
หากศาลวินิจฉัยว่าพล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี จะส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที และอาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ สร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19
นักวิเคราะห์มองว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับการตีความวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีในอนาคต และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคพลังประชารัฐ



