ยุบสภา 2568: นายกฯ อิ๊งค์ เปิดทางเลือกประชาชน คาดเลือกตั้งใหม่ 11 พ.ค.
ยุบสภา 2568: นายกฯ อิ๊งค์ เปิดทางเลือกประชาชน คาดเลือกตั้ง 11 พ.ค.

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2568 เวลา 12.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมรับฟังการประกาศอย่างพร้อมเพรียง การประกาศยุบสภาดังกล่าวมีผลทันที ตามมาตรา 103 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

เหตุผลและความจำเป็นในการยุบสภา

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การยุบสภาครั้งนี้เป็นไปตามที่ได้ให้สัญญากับประชาชนไว้ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อตัดสินใจอีกครั้ง โดยย้ำว่าการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา อาทิ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การดูแลค่าครองชีพ และการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความขัดแย้งและความเห็นที่แตกต่าง ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่สามารถเดินหน้าได้เต็มที่

“การยุบสภาในครั้งนี้เป็นไปเพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เลือกผู้แทนของตนเองอีกครั้ง เพื่อให้การเมืองไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพ” นายกฯ กล่าว พร้อมย้ำว่ารัฐบาลรักษาการจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ โดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กำหนดการเลือกตั้งใหม่

คาดว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดคือภายใน 45-60 วันนับจากวันยุบสภา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา ได้มีการหารือถึงแนวทางการจัดการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและอุปกรณ์เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง

พรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่าการยุบสภาเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ต้องการความชัดเจนทางการเมือง ขณะที่พรรคฝ่ายค้านบางพรรคมองว่าการยุบสภาเป็นการหนีปัญหาและไม่รับผิดชอบต่อการบริหารประเทศที่ล้มเหลว แต่ก็พร้อมที่จะลงสู่สนามเลือกตั้งเพื่อชิงชัยอีกครั้ง

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า “การยุบสภาเป็นสิทธิของนายกรัฐมนตรี แต่เราต้องจับตาดูว่ารัฐบาลรักษาการจะใช้อำนาจอย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณและการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในช่วงก่อนเลือกตั้ง”

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

นักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจมองว่าการยุบสภาอาจสร้างความไม่แน่นอนในระยะสั้น โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่อาจชะลอตัวรอความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเพียง 0.3% สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้แล้ว

ด้านภาคประชาชน หลายฝ่ายหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่การมีรัฐบาลที่เข้มแข็งและสามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่สูงถึง 16.2 ล้านล้านบาท และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้

ก้าวต่อไปของประเทศไทย

นับจากนี้ไป คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย ขณะที่รัฐบาลรักษาการจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่สร้างข้อผูกพันที่อาจเป็นภาระต่อรัฐบาลใหม่ ทั้งนี้ ประชาชนทุกภาคส่วนจะได้ติดตามการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อตัดสินใจเลือกผู้แทนที่ดีที่สุดเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร

การประกาศยุบสภาครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศ