สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครศรีธรรมราชยังคงรุนแรง หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในอำเภอเมือง อำเภอท่าศาลา และอำเภอสิชล ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 2,000 ครัวเรือน
ระดับน้ำสูงสุดในรอบ 10 ปี
นายสมชาย เมืองนคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ระดับน้ำในพื้นที่บางจุดสูงถึง 1.5 เมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในชุมชนริมแม่น้ำปากพนังและคลองท่าแพ ประชาชนต้องอพยพขึ้นที่สูง เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองได้ตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวในโรงเรียนและวัดเพื่อรองรับผู้ประสบภัย
ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนกว่า 500 หลังคาเรือน และพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 3,000 ไร่ โดยเฉพาะนาข้าวและสวนผลไม้ที่กำลังให้ผลผลิต นอกจากนี้ ถนนหลายสายถูกตัดขาด ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก โรงเรียนในพื้นที่ประสบภัยต้องหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว
นางสาวสมใจ ใจดี ชาวบ้านในตำบลท่าศาลา กล่าวว่า "น้ำมาเร็วมาก ตื่นเช้ามาเจอน้ำท่วมสูงถึงเอว ต้องรีบขนของขึ้นที่สูง ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าบ้านจะเสียหายมากแค่ไหน"
การช่วยเหลือจากหน่วยงาน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ส่งเรือท้องแบนและเครื่องสูบน้ำเข้าไปในพื้นที่ พร้อมกับทีมแพทย์เคลื่อนที่เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน ขณะที่กองทัพบกได้จัดกำลังพลช่วยเหลือในการอพยพและแจกจ่ายถุงยังชีพ
ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก คาดการณ์ว่าฝนจะยังคงตกหนักต่อไปอีก 2-3 วัน ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมอาจยืดเยื้อ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด



