แบน 'เฟซบุ๊ก' ในไทย? ก.ล.ต.ชี้แจงหลังโซเชียลแห่แชร์ข่าวลือ
แบน 'เฟซบุ๊ก' ในไทย? ก.ล.ต.ชี้แจงหลังโซเชียลแห่แชร์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่มีข่าวลือแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ว่า จะมีการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊กในประเทศไทย โดยยืนยันว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก

ที่มาของข่าวลือ

ข่าวลือดังกล่าวเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในกลุ่มไลน์และทวิตเตอร์ โดยระบุว่า ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการแบนเฟซบุ๊ก เนื่องจากแพลตฟอร์มดังกล่าวปล่อยให้มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับหุ้นและการลงทุน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนจำนวนมาก

นายอภิชาติ โชติกเสถียร เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ข่าวที่ออกไปนั้นไม่เป็นความจริง ก.ล.ต. ไม่มีอำนาจในการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใดๆ และไม่เคยมีนโยบายเช่นนั้น สิ่งที่เราทำคือการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนเท่านั้น”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ก.ล.ต. ชี้แจงข้อเท็จจริง

ก.ล.ต. ระบุในแถลงการณ์ว่า ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ก.ล.ต. มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุน รวมถึงการคุ้มครองผู้ลงทุน แต่ไม่มีอำนาจในการควบคุมหรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือยูทูบ

“การแบนเฟซบุ๊กเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจของ ก.ล.ต. หากมีหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องก็คงเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวเพิ่มเติม

ผลกระทบจากข่าวลือ

ข่าวลือดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำธุรกิจออนไลน์และพึ่งพาโซเชียลมีเดียในการขายสินค้า หลายคนแสดงความกังวลว่าหากมีการแบนจริง จะส่งผลกระทบต่อรายได้และการติดต่อสื่อสาร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นางสาวสมหญิง ใจดี แม่ค้าออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “ตกใจมากค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะขายของไม่ได้แล้ว เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก แต่พออ่านข่าวก็โล่งใจ”

ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีมองว่า ข่าวลือดังกล่าวอาจเป็น Fake News ที่มีเจตนาสร้างความปั่นป่วน หรืออาจเป็นมุกตลกที่กลายเป็นกระแส

แนวทางปฏิบัติของ ก.ล.ต. ต่อข้อมูลเท็จ

ก.ล.ต. ย้ำว่า แม้จะไม่มีอำนาจแบนเฟซบุ๊ก แต่ก็มีมาตรการในการจัดการกับข้อมูลเท็จที่ส่งผลกระทบต่อตลาดทุน โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

“เราขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนแชร์ และหากพบเห็นข้อมูลที่อาจเป็นเท็จ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของ ก.ล.ต.” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว

สรุป

ข่าวลือการแบนเฟซบุ๊กในประเทศไทยโดย ก.ล.ต. เป็นเรื่องไม่จริง ประชาชนสามารถใช้เฟซบุ๊กได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังในการรับข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องก่อนแชร์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม