กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยธรรมชาติฉบับที่ 9 โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคมนี้ พื้นที่กว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศจะต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ราบลุ่ม
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ภาคเหนือได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก และสุโขทัย ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือประกอบด้วย เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น และกาฬสินธุ์
ภาคกลางและตะวันออก
สำหรับภาคกลางและตะวันออก มีจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้
ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ส่งผลให้จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีฝนตกหนักถึงหนักมาก
คำแนะนำจากกรมอุตุฯ
กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณเชิงเขา ที่ลาดชัน และพื้นที่ราบลุ่ม รวมถึงผู้ที่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางที่อาจมีน้ำท่วมขัง ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางและเลี่ยงเส้นทางที่เสี่ยงอันตราย
นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 11-13 ตุลาคม คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง



