เงินเฟ้อไทยต่ำสุดในรอบ 3 ปี ส่งสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว
เงินเฟ้อไทยต่ำสุดในรอบ 3 ปี ส่งสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว

เงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนกรกฎาคม 2567 อยู่ที่ 0.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

สาเหตุที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าสาเหตุหลักที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมาจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล โดยเฉพาะการลดราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน รวมถึงการลดค่าไฟฟ้า และการขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อไปอีก 2 เดือน นอกจากนี้ ราคาอาหารสดหลายรายการก็ปรับตัวลดลง เช่น ข้าวสาร เนื้อหมู และผักสด

เงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัว

เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดและพลังงานในเดือนกรกฎาคม 2567 อยู่ที่ 0.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.49% แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ด้านดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ก็หดตัวลง 0.6% จากปีก่อน บ่งชี้ถึงต้นทุนการผลิตที่ลดลง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลัง

กระทรวงพาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 จะอยู่ที่ 0.0-1.0% โดยมีค่ากลางที่ 0.5% ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1-3% โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะทำให้ต้นทุนนำเข้าเพิ่มขึ้น แต่ยังมีปัจจัยลบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการบริโภค

เงินเฟ้อที่ต่ำสะท้อนถึงเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นักเศรษฐศาสตร์หลายแห่งมองว่าอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไปอาจเป็นสัญญาณของภาวะเงินฝืด ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุนและการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ เช่น แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในช่วงปลายปี

ข้อเสนอแนะจากนักวิชาการ

ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเป็นโอกาสให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่เงินเฟ้อต่ำมาก ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) สูงเกินไป เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการบริโภค