ไตวายเฉียบพลัน VS ไตวายเรื้อรัง ต่างกันอย่างไร? อาการและความเสี่ยงที่ต้องรู้
ไตวายเฉียบพลัน VS ไตวายเรื้อรัง ต่างกันอย่างไร

ไตวายเฉียบพลัน VS ไตวายเรื้อรัง ต่างกันอย่างไร? สัญญาณเตือนและความเสี่ยงที่ต้องระวัง

จากกรณีการเสียชีวิตของ แดนนี่ ศรีภิญโญ นักแสดงและพิธีกรชื่อดังจากภาวะไตวายเฉียบพลัน สร้างความตระหนกและความสนใจในสังคมเกี่ยวกับโรคไตมากขึ้น ภาวะไตวายเป็นปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ไตวายเฉียบพลัน และ ไตวายเรื้อรัง ซึ่งมีสัญญาณ อาการ และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ไตวายคืออะไรและแบ่งออกเป็นกี่ชนิด?

ไตวายหรือไตล้มเหลว เป็นภาวะที่ไตทั้งสองข้างสูญเสียการทำงาน ทำให้ไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะได้ รวมถึงไม่สามารถควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดความผิดปกติในอวัยวะเกือบทุกส่วนของร่างกาย ภาวะนี้แบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามสาเหตุและระยะเวลาการเกิด ดังนี้

  • ไตวายเฉียบพลัน: เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในชั่วโมงหรือไม่กี่วัน มักมีสาเหตุจากอุบัติเหตุ การติดเชื้อรุนแรง หรือการใช้ยาบางชนิด
  • ไตวายเรื้อรัง: พัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี มักเกิดจากโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง

ไม่ว่าจะเป็นชนิดใด การเกิดอาการแทรกซ้อนจากไตวายล้วนมีอันตรายรุนแรงและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สัญญาณและอาการของไตวายเฉียบพลัน

ไตวายเฉียบพลันมีลักษณะเด่นคือการสูญเสียการทำงานของไตอย่างฉับพลันภายในระยะเวลาสั้นๆ อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. อาการบวมน้ำหรือภาวะขาดน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง
  2. รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และเบื่ออาหาร
  3. คลื่นไส้ อาเจียน และปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือมีสีผิดปกติ
  4. หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อเป็นตะคริวตอนกลางคืน
  5. ภาวะน้ำท่วมปอด ซีด หรือเลือดจาง

หากได้รับการล้างไตและรักษาอย่างเร่งด่วน ไตอาจฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้ แต่ต้องระวังปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดไตวายซ้ำหรือพัฒนาเป็นไตวายเรื้อรังในอนาคต

ภาวะแทรกซ้อนจากไตวายเฉียบพลัน

ภาวะแทรกซ้อนจากไตวายเฉียบพลันแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้

ภาวะแทรกซ้อนไม่รุนแรง: เช่น ระดับฟอสเฟตในเลือดสูง แคลเซียมในเลือดต่ำ แมกนีเซียมในเลือดสูง หรือภาวะซีดจากการขาดฮอร์โมนอีริโทรพอยเอทิน ซึ่งส่งผลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง: เนื่องจากไตไม่สามารถขับน้ำได้ ทำให้เกิดการคั่งของน้ำในกระแสเลือด นำไปสู่ความดันโลหิตสูงและภาวะหัวใจวาย นอกจากนี้ยังอาจเกิดภาวะเลือดเป็นกรดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้น รวมถึงอาการชัก หมดสติ การติดเชื้อรุนแรงจากระบบภูมิคุ้มกันต่ำ หรือไตถูกทำลายถาวรจนกลายเป็นไตวายเรื้อรัง

สัญญาณและอาการของไตวายเรื้อรัง

ไตวายเรื้อรังเป็นภาวะที่ไตถูกทำลายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายเดือนหรือหลายปี ส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติเรื้อรัง อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • รู้สึกเพลีย เหนื่อยหอบ และปัสสาวะน้อยมาก
  • อาการบวมที่กดแล้วบุ๋มลง คันตามตัว
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และอาจหมดสติหรือเสียชีวิตในกรณีรุนแรง

สาเหตุหลักของไตวายเรื้อรังมักมาจากโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ มักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และไม่สามารถรักษาให้ไตกลับมาเป็นปกติได้ ต้องอาศัยการควบคุมอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนจากไตวายเรื้อรัง

นอกจากภาวะแทรกซ้อนที่คล้ายกับไตวายเฉียบพลันแล้ว ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังยังเสี่ยงต่อภาวะอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น

  1. ปอดอักเสบและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ
  2. ปลายประสาทอักเสบและภาวะต่อพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไป
  3. ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงที่อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้น
  4. ภาวะกระดูกพรุนและกระดูกอ่อน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก
  5. ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ป่วยเพศชาย

ใครควรตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ?

การตรวจคัดกรองโรคไตเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดก่อนเกิดโรค กลุ่มบุคคลที่ควรตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเกาต์ หรือภาวะน้ำหนักเกิน
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ประจำหรือมีประวัติสูบบุหรี่มานาน
  • ผู้ได้รับยาสมุนไพรหรือสารพิษที่มีผลทำลายไตเป็นประจำ
  • คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคไตเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีอาการ เช่น ใบหน้า ตัว หรือเท้าบวม ปวดหลัง ปัสสาวะบ่อย แสบขัด มีเลือดปน หรือมีฟองผิดปกติ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือตรวจพบความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและอายุเกิน 40 ปี
  • ผู้ที่เคยมีประวัติเป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

การตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถป้องกันและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ