นายกฯ ห่วงยางพาราราคาตก สั่งเร่งเยียวยาชาวสวน
นายกฯ ห่วงยางพาราราคาตก สั่งเร่งเยียวยาชาวสวน

นายกฯ สั่งการด่วนช่วยเหลือชาวสวนยาง

นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยางพาราหลักของประเทศ นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือเยียวยาอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม

สาเหตุของปัญหาราคายางตกต่ำ

จากรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่าราคายางพาราแผ่นดิบชั้น 3 ณ วันที่ 20 มีนาคม 2568 อยู่ที่กิโลกรัมละ 45.50 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 12% สาเหตุหลักมาจากความต้องการใช้ยางในตลาดโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะจากประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากปริมาณยางที่ออกสู่ตลาดมากเกินไป เนื่องจากเกษตรกรเร่งกรีดยางเพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลง

มาตรการช่วยเหลือที่เตรียมดำเนินการ

พลเอก ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีแผนดำเนินมาตรการหลายด้าน อาทิ การรับจำนำยางพาราในราคาประกัน การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้กับสถาบันเกษตรกร การส่งเสริมการใช้ยางในประเทศผ่านโครงการถนนยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ รวมถึงการผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ เช่น อินเดียและตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งกองทุนเพื่อเสถียรภาพราคายางพารา โดยใช้เงินจากกองทุนรวมวายุภักษ์และงบประมาณกลาง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง

นายกฤษฎา บุญราช ประธานสมาพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "ที่ผ่านมาเกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายรายต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อประคองตัว มาตรการของรัฐบาลที่ออกมาถือว่าดี แต่ต้องทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างรวดเร็ว และควรมีการกำหนดราคาขั้นต่ำที่เหมาะสม" ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า กระทรวงฯ จะเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประกันรายได้ โดยคาดว่าจะเริ่มจ่ายได้ภายในเดือนเมษายนนี้

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ราคายางที่ตกต่ำส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบท เนื่องจากยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรกว่า 1.5 ล้านครัวเรือน การที่ราคาตกต่ำทำให้กำลังซื้อในท้องถิ่นลดลง ส่งผลต่อธุรกิจค้าปลีกและบริการในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังกระทบต่อการส่งออกของประเทศ เนื่องจากยางพาราเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่สร้างรายได้ปีละหลายแสนล้านบาท

แนวโน้มราคายางในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคายางพาราอาจยังคงผันผวนในระยะสั้น เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก แต่ในระยะยาว หากรัฐบาลสามารถผลักดันการใช้ยางภายในประเทศและขยายตลาดส่งออกได้สำเร็จ ราคาก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่สมาคมยางพาราไทยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาลดพื้นที่ปลูกยางเพื่อควบคุมปริมาณผลผลิต และส่งเสริมการแปรรูปยางเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง