ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) รายงานการระบาดของเชื้อรา Candida auris ซึ่งเป็นเชื้อราที่ดื้อยาหลายชนิดและมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 60% โดยเชื้อดังกล่าวได้แพร่กระจายในสถานพยาบาลหลายแห่งในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐเท็กซัสและฟลอริดา
เชื้อรา Candida auris คืออะไร?
Candida auris เป็นเชื้อราที่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด บาดแผล หรือระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้เครื่องมือทางการแพทย์เป็นเวลานาน เชื้อชนิดนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2009 ที่ประเทศญี่ปุ่น และตั้งแต่นั้นก็มีการรายงานการระบาดในหลายประเทศทั่วโลก
สาเหตุการระบาดและการดื้อยา
เชื้อรา Candida auris มีความสามารถในการดื้อยาต้านเชื้อราหลายชนิด ทำให้การรักษาทำได้ยากลำบาก การระบาดในสหรัฐฯ มีสาเหตุจากการแพร่กระจายในโรงพยาบาลและสถานดูแลระยะยาว โดยเชื้อสามารถอยู่รอดบนพื้นผิวต่างๆ ได้นานหลายสัปดาห์ และสามารถแพร่จากผู้ป่วยสู่ผู้ป่วยผ่านมือบุคลากรทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อน
สถิติและผลกระทบ
ตามข้อมูลของ CDC ในปี 2023 มีรายงานผู้ติดเชื้อ Candida auris ในสหรัฐฯ มากกว่า 2,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 95% อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 30-60% ขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐานของผู้ป่วยและการเข้าถึงการรักษา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้ Candida auris อยู่ในกลุ่ม "ภัยคุกคามสำคัญ" ในรายการเชื้อราที่มีความสำคัญระดับโลก
มาตรการควบคุมและป้องกัน
CDC แนะนำให้สถานพยาบาลดำเนินมาตรการควบคุมการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด เช่น การแยกผู้ป่วย การทำความสะอาดพื้นผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ และการตรวจคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง นอกจากนี้ การใช้ยาต้านเชื้อราอย่างเหมาะสมและการพัฒนายาตัวใหม่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับมือกับเชื้อดื้อยานี้
ข้อควรระวังสำหรับประชาชน
ประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงมีความเสี่ยงต่ำในการติดเชื้อ Candida auris แต่ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลควรตระหนักถึงความเสี่ยง การล้างมือบ่อยๆ และการหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อราโดยไม่จำเป็นสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการดื้อยาได้



