ชัชชาติ เปิดตัวรถ EV เก็บขยะ ลด PM2.5 ต้นแบบใหม่ กทม.
ชัชชาติ เปิดตัวรถ EV เก็บขยะ ลด PM2.5 ต้นแบบใหม่ กทม.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดตัวรถเก็บขยะไฟฟ้า (EV) ต้นแบบจำนวน 6 คัน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM2.5 ที่เป็นปัญหาสำคัญของเมืองหลวง

รายละเอียดรถ EV เก็บขยะต้นแบบ

รถเก็บขยะไฟฟ้าต้นแบบทั้ง 6 คันนี้ เป็นผลงานการพัฒนาร่วมกันระหว่างสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และบริษัทเอกชนผู้ผลิตรถยนต์ โดยมีคุณสมบัติเด่นคือใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ไม่ปล่อยไอเสีย ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและฝุ่นละอองขนาดเล็ก

รถแต่ละคันมีแบตเตอรี่ความจุสูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง 8-10 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับการบรรทุกขยะได้มากถึง 5 ตัน เทียบเท่ารถเก็บขยะดีเซลทั่วไป แต่มีต้นทุนค่าเชื้อเพลิงต่ำกว่าเกือบ 70% ตามข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เป้าหมายลด PM2.5 และค่าใช้จ่าย

นายชัชชาติกล่าวในพิธีเปิดตัวว่า "กทม. มีรถเก็บขยะดีเซลกว่า 2,000 คัน ที่ปล่อยควันดำและฝุ่น PM2.5 ในปริมาณมาก รถ EV ต้นแบบนี้จะช่วยลดมลพิษได้โดยตรง และยังลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของกทม. ได้มากถึง 100 ล้านบาทต่อปี หากขยายผลเต็มรูปแบบ"

ปัจจุบัน กทม. มีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถเก็บขยะประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี การเปลี่ยนมาใช้รถ EV จะช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 10,000 ตันต่อปี

แผนขยายผลสู่การใช้งานจริง

กทม. วางแผนทดสอบรถต้นแบบทั้ง 6 คันในเส้นทางเก็บขยะจริงใน 6 เขตพื้นที่นำร่อง ได้แก่ เขตบางรัก เขตปทุมวัน เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตสาทร และเขตบางกะปิ เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อเก็บข้อมูลประสิทธิภาพ ความทนทาน และความคุ้มค่า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

หากผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ กทม. จะดำเนินการจัดซื้อรถเก็บขยะไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 200 คันภายในปี 2569 และตั้งเป้าหมายเปลี่ยนรถเก็บขยะทั้งระบบเป็น EV ภายในปี 2573 โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนจากภาครัฐ

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

การนำรถ EV มาใช้ในงานเก็บขยะไม่เพียงช่วยลด PM2.5 แต่ยังลดมลพิษทางเสียง เนื่องจากรถไฟฟ้าเงียบกว่ารถดีเซลมาก ส่งผลดีต่อสุขภาพของพนักงานเก็บขยะและประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เส้นทางเก็บขยะ

นอกจากนี้ กทม. ยังอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถเก็บขยะโดยเฉพาะ โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า "การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดในการบริหารเมืองให้สะอาดและน่าอยู่ขึ้น เราจะเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ปลอดฝุ่นและอากาศดี"