ดราม่า พยาบาลทำคลอดเด็กในลิฟต์ ถูกสอบวินัย สธ.ชี้แจงข้อเท็จจริง
ดราม่า พยาบาลทำคลอดเด็กในลิฟต์ ถูกสอบวินัย สธ.ชี้แจง

จากกรณีที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ เมื่อคลิปวิดีโอของพยาบาลคนหนึ่งกำลังทำคลอดให้กับหญิงตั้งครรภ์ภายในลิฟต์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง แต่กลับมีรายงานว่าพยาบาลคนดังกล่าวถูกสอบวินัย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม

กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงข้อเท็จจริง

ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า การดำเนินการสอบวินัยพยาบาลไม่ใช่เพราะการทำคลอดในลิฟต์ แต่เป็นเพราะมีผู้ร้องเรียนว่าพยาบาลได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทางโรงพยาบาลต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน

รายละเอียดการสอบสวน

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การสอบวินัยพยาบาลครั้งนี้เกิดจากมีผู้ร้องเรียนว่าพยาบาลได้ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยและญาติ รวมถึงการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพในบางกรณี ซึ่งไม่เกี่ยวกับการทำคลอดในลิฟต์แต่อย่างใด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การทำคลอดในลิฟต์ ถือเป็นการดูแลผู้ป่วยตามสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งพยาบาลได้ปฏิบัติตามหลักวิชาชีพอย่างถูกต้อง
  • การสอบวินัย เป็นเรื่องของการร้องเรียนในประเด็นอื่นที่แยกออกจากกัน โดยทางโรงพยาบาลต้องดำเนินการตามระเบียบ

เสียงสะท้อนจากสังคม

หลังจากมีการแชร์ข้อมูลว่าพยาบาลถูกสอบวินัย ชาวเน็ตจำนวนมากได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า พยาบาลสมควรได้รับการยกย่องมากกว่าถูกลงโทษ เนื่องจากสามารถช่วยชีวิตเด็กและแม่ได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์คับขัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้สังคมเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของพยาบาลที่ต้องเผชิญกับความกดดันและความเสี่ยงในทุกวัน

ข้อเท็จจริงที่ควรทราบ

  1. พยาบาลที่ทำคลอดในลิฟต์เป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์สูง
  2. การทำคลอดในลิฟต์เกิดขึ้นเพราะผู้ป่วยมีอาการเจ็บครรภ์คลอดกะทันหัน ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังห้องคลอดได้ทัน
  3. ผลการดำเนินการสอบวินัยยังไม่สิ้นสุด อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า จะดูแลพยาบาลคนดังกล่าวอย่างเป็นธรรม และขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบสาธารณสุขของไทยที่พร้อมดูแลประชาชนทุกคนอย่างเต็มที่