เลือดออกขณะขับถ่ายหรือความรู้สึกไม่สบายบริเวณทวารหนักอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “ริดสีดวงทวาร” ที่ไม่ควรมองข้าม ริดสีดวงทวารหรือ Hemorrhoids คือภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักเกิดการบวมและโป่งพอง สามารถเกิดได้ทั้งภายในและภายนอกทวารหนัก แม้ในระยะเริ่มต้นอาจไม่ใช่โรครุนแรง แต่หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิต
สัญญาณเตือนริดสีดวงทวาร
บางรายอาจไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก จึงควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- มีเลือดสดปนออกมากับอุจจาระ
- ปวดหรือแสบขณะขับถ่าย
- มีก้อนยื่นออกมาที่ทวารหนัก
- คันหรือระคายเคืองบริเวณทวารหนัก
สาเหตุที่อาจทำให้เกิดริดสีดวงทวาร
- ท้องผูกเรื้อรัง เบ่งอุจจาระแรง
- นั่งนาน โดยเฉพาะการนั่งห้องน้ำนาน
- รับประทานผักและผลไม้น้อย
- การตั้งครรภ์
- น้ำหนักตัวเกิน
ระยะของโรคริดสีดวง
- ระยะที่ 1: ไม่มีหัวริดสีดวงยื่นออกมา
- ระยะที่ 2: มีหัวริดสีดวงโผล่ขณะเบ่ง และสามารถหดกลับเองได้
- ระยะที่ 3: หัวริดสีดวงยื่นออกมา และต้องใช้นิ้วดันกลับ
- ระยะที่ 4: ยื่นออกมาตลอด และไม่สามารถดันกลับได้
ระยะที่มากขึ้นอาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลด้วยแนวทางที่เฉพาะทางมากขึ้น
แนวทางการดูแลเบื้องต้น
- ปรับพฤติกรรม เพิ่มใยอาหาร และดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่กลั้นอุจจาระ และหลีกเลี่ยงการเบ่งนาน
- หลีกเลี่ยงการนั่งนาน โดยเฉพาะการนั่งห้องน้ำนาน
การรักษาริดสีดวง
- ระยะเริ่มต้น: ปรับพฤติกรรม และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์
- ระยะปานกลาง: อาจพิจารณาการรักษาเฉพาะทาง เช่น การรัดยาง
- ระยะรุนแรง: แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดตามความเหมาะสม ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยให้การรักษาเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
- มีเลือดออกขณะขับถ่ายบ่อย
- มีอาการปวดมาก หรือแสบมาก
- มีก้อนยื่นออกมาบริเวณทวารหนัก
- อาการเป็นซ้ำ หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อประเมินอาการและแยกโรคอื่นที่อาจมีอาการคล้ายกัน เช่น โรคลำไส้บางชนิด
ขอบคุณข้อมูลจาก: โรงพยาบาลเปาโล พระประแดง



