โรคหัวใจภัยเงียบ! รวมวิธีตรวจสุขภาพหัวใจคัดกรองความเสี่ยงตามอายุ
โรคหัวใจภัยเงียบ! รวมวิธีตรวจสุขภาพหัวใจตามอายุ

โรคหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย และมักถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะหลายครั้งไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า การตรวจสุขภาพหัวใจจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนป้องกันก่อนเกิดโรครุนแรง โดยแพทย์จะเลือกการตรวจตามอายุ ความเสี่ยง และอาการของแต่ละบุคคล

ตรวจสุขภาพหัวใจมีอะไรบ้าง?

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram : ECG / EKG)

การตรวจคัดกรองพื้นฐานที่ใช้ตรวจการทำงานของไฟฟ้าหัวใจ ใช้เวลาเพียง 5–10 นาที ไม่เจ็บ ไม่ต้องเตรียมตัว ช่วยตรวจพบภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และภาวะหัวใจโต

อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram : Echo)

ตรวจด้วยคลื่นเสียงเพื่อดูโครงสร้างหัวใจแบบ Real-time เห็นการบีบตัวของหัวใจ ตรวจลิ้นหัวใจและห้องหัวใจ ช่วยตรวจพบภาวะหัวใจโต ลิ้นหัวใจรั่ว/ตีบ และการทำงานของหัวใจผิดปกติ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Stress Test / Exercise Test)

ตรวจการทำงานของหัวใจตอนออกแรงเพื่อประเมินภาวะการขาดเลือด โดยเดินสายพานหรือใช้ยาแทน วัดชีพจร ความดัน และคลื่นหัวใจตอนออกแรง ช่วยตรวจพบหลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจขาดเลือดขณะออกแรง และประเมินสมรรถภาพหัวใจ

การตรวจเลือด (Blood Test)

ช่วยคัดกรองปัจจัยเสี่ยงก่อนเกิดโรคหัวใจ แม้ไม่ใช่การตรวจหัวใจโดยตรงแต่สำคัญมาก ใช้ประเมินความเสี่ยง เช่น ไขมันในเลือด น้ำตาลในเลือด และ Cardiac biomarkers

เครื่องติดตามคลื่นหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitor)

พกเครื่องติดตัว 24–48 ชั่วโมง บันทึกการเต้นของหัวใจต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ที่มีอาการใจสั่น เวียนหัว เพื่อตรวจจับความผิดปกติที่การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติไม่พบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หัวใจ (CT Scan / CT Coronary)

การตรวจขั้นสูงเพื่อดูหลอดเลือดหัวใจ เห็นคราบหินปูนและประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยตรวจพบหลอดเลือดหัวใจตีบและหินปูนในหลอดเลือด

ฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram)

การตรวจเชิงลึกที่สุดและมีความแม่นยำมากที่สุด ใส่สายสวนเข้าไปดูหลอดเลือดจากทางแขนหรือขา เห็นตำแหน่งตีบ/อุดตันชัดเจน ใช้ในกรณีสงสัยโรคหลอดเลือดหัวใจรุนแรง หรือเตรียมรักษาต่อเนื่อง เช่น ทำบอลลูนใส่ขดลวด

ตรวจหัวใจแบบไหน เหมาะกับใคร?

  • อายุ 20–35 ปี: ตรวจสุขภาพพื้นฐาน ECG (ถ้ามีอาการหรือเสี่ยงหัวใจผิดปกติ)
  • อายุ 35–50 ปี: ตรวจไขมัน + น้ำตาล ECG Stress Test (ในบางรายที่มีอาการเหนื่อยง่ายหรือเจ็บหน้าอกแบบไม่รุนแรง)
  • อายุ 50 ปีขึ้นไป / กลุ่มเสี่ยง: Echo Stress Test CT Scan หรือ Calcium Score

สัญญาณเตือนที่ควรตรวจหัวใจทันที

หากมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอ: เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก เหนื่อยง่ายผิดปกติ ใจสั่น หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ เวียนหัว หน้ามืด

ตรวจสุขภาพหัวใจควรตรวจบ่อยแค่ไหน?

ผู้ที่สุขภาพดีควรตรวจทุก 1–2 ปี ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงควรตรวจทุกปี หรือมากกว่านั้นตามแพทย์แนะนำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q : ตรวจหัวใจต้องงดน้ำงดอาหารไหม? A : ขึ้นอยู่กับการตรวจ เช่น ตรวจเลือดต้องงดอาหาร แต่ ECG ไม่ต้องงด

Q : ตรวจหัวใจเจ็บไหม? A : ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ เช่น ECG, Echo, Stress Test

Q : ควรตรวจหัวใจตอนอายุเท่าไหร่? A : เริ่มได้ตั้งแต่อายุ 20 ปี โดยเฉพาะหากมีปัจจัยเสี่ยง

การตรวจสุขภาพหัวใจไม่ได้มีเพียงการตรวจรูปแบบเดียว แต่เป็นการประเมินสุขภาพหัวใจในหลายมิติ ทั้งโครงสร้าง การทำงานของหัวใจ และความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนเกิดภาวะรุนแรงในอนาคต โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกการตรวจที่เหมาะสมตามอายุ อาการ และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล เพราะโรคหัวใจหลายชนิดอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก ทั้งนี้การตรวจอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการดูแลหัวใจและวางแผนสุขภาพในระยะยาวอย่างมั่นใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2