อุตุฯ เตือน 58 จังหวัด รับมือพายุฤดูร้อน ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง
อุตุฯ เตือน 58 จังหวัด รับมือพายุฤดูร้อน ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง

อุตุฯ เตือน 58 จังหวัด รับมือพายุฤดูร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 14 ถึง 17 มีนาคม พ.ศ. 2568 โดยจะมีผลกระทบต่อประชาชนใน 58 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ ลักษณะของพายุจะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ภาคเหนือได้รับผลกระทบ 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ ภาคกลางรวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 11 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ภาคตะวันออก 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

คำแนะนำสำหรับประชาชน

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่เกิดพายุ ควรเก็บสิ่งของที่อาจปลิวไปตามลม และเตรียมพร้อมรับมือกับไฟฟ้าดับที่อาจเกิดขึ้น สำหรับเกษตรกรควรดูแลป้องกันผลผลิตทางการเกษตรที่อาจเสียหายจากลมแรงและลูกเห็บ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ กรมอุตุฯ ยังขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฟ้าผ่า โดยไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่อกับสายอากาศภายนอกอาคารในช่วงที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง หากจำเป็นต้องเดินทางควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากถนนอาจลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง

สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งอาจมีลมกระโชกแรงถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลูกเห็บตกขนาดเล็กถึงปานกลาง ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรเตรียมสำรองอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงยาสามัญประจำบ้านไว้ให้พร้อม

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและจะรายงานให้ประชาชนทราบเป็นระยะ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และสื่อสังคมออนไลน์