ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่กลุ่มชาวบ้านยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ โดยศาลเห็นว่าการดำเนินการของรัฐเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและมีความเหมาะสม
รายละเอียดคดี
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการเวนคืนที่ดินของราษฎรจำนวนหนึ่ง โดยกลุ่มผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินบางส่วนได้โต้แย้งว่าการเวนคืนดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่มีการประกาศแนวเขตที่ชัดเจน และค่าชดเชยที่ได้รับไม่เป็นธรรม
ข้อกล่าวหาของโจทก์
โจทก์ในคดีนี้ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง โดยมีข้อกล่าวหาหลักดังนี้
- การประกาศแนวเขตเวนคืนไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
- การกำหนดค่าชดเชยต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก
- กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไม่เพียงพอ
คำพิพากษาของศาล
ศาลปกครองกลางได้พิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า การดำเนินการของหน่วยงานรัฐเป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีการประกาศแนวเขตในราชกิจจานุเบกษา และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียแสดงความคิดเห็นอย่างเพียงพอ ส่วนการกำหนดค่าชดเชยนั้น คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินที่ดินได้ดำเนินการตามหลักวิชาการและเป็นธรรมแล้ว
นอกจากนี้ ศาลยังเห็นว่าโครงการถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์เป็นโครงการสาธารณูปโภคที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการจราจรในพื้นที่ ซึ่งประโยชน์ส่วนรวมย่อมมีน้ำหนักมากกว่าประโยชน์ส่วนบุคคลในกรณีนี้
ผลกระทบต่อประชาชน
แม้คดีนี้จะสิ้นสุดลงด้วยการยกฟ้อง แต่ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามเกี่ยวกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของค่าชดเชยที่อาจยังไม่ครอบคลุมความเสียหายที่แท้จริงของชาวบ้านบางราย
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินยังคงมีสิทธิ์ที่จะอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย



