ส่องกฎหมายใหม่! คุมเข้มสินเชื่อส่วนบุคคล ป้องกันหนี้นอกระบบ
ส่องกฎหมายใหม่! คุมเข้มสินเชื่อส่วนบุคคล ป้องกันหนี้นอกระบบ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการใหม่เพื่อควบคุมสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดปัญหาหนี้นอกระบบที่กำลังระบาดหนักในสังคมไทย กฎเกณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมถึงการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินสามารถเรียกเก็บได้ รวมถึงการตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น

รายละเอียดของกฎหมายใหม่

ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่นี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้น อาทิ การจำกัดวงเงินสินเชื่อไม่ให้เกินความจำเป็น การห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้น และการเปิดเผยข้อมูลอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ให้แก่ผู้บริโภคอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดโทษปรับทางปกครองสำหรับผู้ฝ่าฝืนอีกด้วย

ผลกระทบต่อผู้บริโภค

ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากกฎหมายนี้ เนื่องจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบที่มักเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินควร ขณะเดียวกัน ผู้กู้จะต้องผ่านการตรวจสอบเครดิตอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อทำได้ยากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหนี้สินล้นพ้นตัว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดจาก 28% เหลือ 25% ต่อปี
  • กำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้
  • ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทำสัญญาเกิน 1% ของวงเงิน

แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย

สถาบันการเงินต้องปรับปรุงกระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ โดยเฉพาะการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้อย่างรอบคอบ รวมถึงการให้คำแนะนำทางการเงินที่เหมาะสมแก่ลูกค้า ธปท. จะติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการปรับและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ