เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 400 เสียง ไม่เห็นชอบ 10 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทยในการยอมรับความเท่าเทียมทางเพศ
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
ร่างกฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญในการแก้ไขคำว่า "ชาย" และ "หญิง" ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้เป็นคำว่า "บุคคล" เพื่อเปิดโอกาสให้คู่รักทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขอายุขั้นต่ำในการสมรสจาก 17 ปี เป็น 18 ปี โดยได้รับความยินยอมจากผู้เยาว์
สิทธิและหน้าที่ของคู่สมรส
ภายใต้กฎหมายใหม่ คู่สมรสทุกคู่จะมีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกันในเรื่องการจัดการทรัพย์สิน การรับมรดก การตัดสินใจทางการแพทย์ และการรับบุตรบุญธรรม รวมถึงสิทธิในการใช้นามสกุลร่วมกัน
ปฏิกิริยาจากภาคส่วนต่างๆ
กลุ่ม LGBTQ+ และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนต่างแสดงความยินดีกับการผ่านร่างกฎหมายครั้งนี้ โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เปิดกว้างและเท่าเทียมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่มองว่ากฎหมายนี้ขัดต่อค่านิยมดั้งเดิม
ขั้นตอนต่อไป
หลังจากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบแล้ว ร่างกฎหมายจะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณา หากผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปีนี้
นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แถลงแสดงความยินดีต่อการผ่านร่างกฎหมายครั้งนี้ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนของทุกคน



