ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยให้เห็นถึงทัศนคติและพฤติกรรมของกลุ่ม Gen Z ที่กำลังจะกลายเป็นกำลังหลักของตลาดแรงงานในอนาคต โดยพบว่า 'คุณภาพชีวิต' กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนรุ่นใหม่ใช้ในการตัดสินใจเลือกอาชีพ มากกว่าแค่เรื่องของเงินเดือนเพียงอย่างเดียว
อาชีพในฝันของ Gen Z ปี 2569
จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 849 คน ทั่วประเทศ อายุระหว่าง 13-28 ปี พบว่า อาชีพในฝันอันดับ 1 ของเด็ก Gen Z ในปีนี้คือ แพทย์และพยาบาล ซึ่งขยับขึ้นมาจากอันดับ 3 ในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับสายงานด้านสุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีอาชีพใหม่ที่ติดอันดับ Top 10 ในปีนี้ ได้แก่ วิศวกร/โปรแกรมเมอร์ (อันดับ 3) นักกีฬา (อันดับ 6) และนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ (อันดับ 9) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสายเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มากขึ้น
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกอาชีพ
เมื่อถามถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกอาชีพ พบว่า Gen Z ให้ความสำคัญสูงสุดกับ 'บรรยากาศการทำงานที่ดีและยืดหยุ่น' มากถึงร้อยละ 71.1 รองลงมาคือ 'สวัสดิการที่ครอบคลุม' ร้อยละ 65.3 และ 'อิสระในการทำงาน/ความคิดสร้างสรรค์' ร้อยละ 63.8 ขณะที่ปัจจัยด้านรายได้กลับไม่ใช่สิ่งที่ถูกให้ความสำคัญมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับ 'คุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมการทำงาน' มากกว่าเพียงแค่ 'รายได้' อย่างเดียว
ความยากในการหางานและอุปสรรคในตลาดแรงงาน
แม้ว่าร้อยละ 61.3 ของ Gen Z จะเชื่อว่าตนมีโอกาสได้ทำงานในสายอาชีพที่ฝัน แต่กลับมองว่าตลาดแรงงานในปัจจุบัน 'ยากมาก' ถึงร้อยละ 61.5 โดยอุปสรรคหลักที่พบคือ การขาดประสบการณ์ การแข่งขันสูง และทักษะที่ยังไม่โดดเด่น ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนควรให้ความสำคัญในการพัฒนาและสนับสนุน
สถานะทางการเงินและพฤติกรรมการออม
ข้อมูลจากผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงสถานะทางการเงินของ Gen Z ที่น่าเป็นห่วง โดยรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 12,024 บาทต่อเดือน ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 10,862 บาทต่อเดือน และที่น่ากังวลคือ ร้อยละ 73.5 ยังไม่มีการออมเงินหรือการลงทุนใด ๆ เลย ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรได้รับการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินตั้งแต่วัยเรียน
AI กับชีวิตและการทำงานของ Gen Z
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของ Gen Z อย่างเต็มตัว โดยร้อยละ 60.9 ระบุว่า AI มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตในระดับมาก และร้อยละ 57.0 ใช้ AI เป็นประจำทุกวัน การใช้งานหลัก ได้แก่ การค้นหาข้อมูล (ร้อยละ 92.8) การคิดไอเดียสร้างสรรค์ (ร้อยละ 55.6) และการสรุปเนื้อหา (ร้อยละ 55.0) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Gen Z มีความคุ้นเคยและพึ่งพาเทคโนโลยี AI ในการทำงานและการใช้ชีวิต
ทักษะที่จำเป็นและสิ่งที่ต้องการจากภาครัฐ
ทักษะที่ Gen Z มองว่าสำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในปัจจุบัน ได้แก่ ทักษะด้านภาษา (ร้อยละ 23.0) ทักษะการคิดและวิเคราะห์ (ร้อยละ 17.4) และทักษะการสื่อสาร/การทำงานร่วมกัน (ร้อยละ 14.5) ขณะที่สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนด้านการศึกษา ประกอบด้วย การศึกษาทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่าย การเข้าถึงการศึกษาคุณภาพอย่างเท่าเทียม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ และการปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยสอดคล้องกับยุคดิจิทัล



