ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยมีมติเอกฉันท์ว่านายพิธาไม่ได้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ประกอบมาตรา 187 ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
รายละเอียดคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งมาให้วินิจฉัยว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกิจการสื่อสารมวลชนที่รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐมีส่วนร่วมถือหุ้น โดยศาลได้ตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้วเห็นว่า นายพิธาไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวตามที่ถูกกล่าวหา
ผลกระทบต่อคดียุบพรรคก้าวไกล
แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่านายพิธาไม่ได้ถือหุ้นไอทีวี แต่คดียุบพรรคก้าวไกลยังคงดำเนินต่อไป โดยศาลนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ซึ่งเป็นคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นขอให้ยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากกรณีการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งอาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
นายพิธาได้แสดงความยินดีต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าเป็นธรรมและเป็นไปตามข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่าตนไม่เคยถือหุ้นไอทีวี และพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ ส่วนฝ่ายตรงข้ามยังคงจับตาคดียุบพรรคก้าวไกลอย่างใกล้ชิด
ด้านนักวิชาการทางกฎหมายมองว่าคำวินิจฉัยครั้งนี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญในการตีความคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักฐานที่ชัดเจนและโปร่งใส
กำหนดการต่อไป
- วันที่ 7 สิงหาคม 2567: ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล
- วันที่ 15 สิงหาคม 2567: คณะกรรมการการเลือกตั้งจะประชุมเพื่อพิจารณาผลกระทบจากคำวินิจฉัย
สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากผลของคดีนี้อาจส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยในระยะยาว



