นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาดการเงินโลก
มาตรการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
มาตรการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาประกอบด้วย การลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และการเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ โดยอาจใช้มาตรการทางภาษีและการอุดหนุนราคาพลังงาน
การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ ซึ่งอาจได้รับมาตรการเยียวยาเป็นพิเศษ เช่น การแจกเงิน หรือการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค
การประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ
นายอาคม กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย
แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
กระทรวงการคลังยังคงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในกรอบร้อยละ 3.5-4.0 ในปีนี้ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภายในประเทศและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์โลกมีความผันผวนรุนแรง อาจต้องปรับประมาณการอีกครั้ง
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
นักเศรษฐศาสตร์หลายรายเห็นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ควรเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว



