ทำความรู้จักภาวะ 'ไตวายเฉียบพลัน' ภัยเงียบที่คร่าชีวิตแดน ศรีภิญโญ
วงการบันเทิงไทยต้องสูญเสียบุคคลสำคัญอย่างกะทันหันกับการจากไปของ แดน ศรีภิญโญ อดีตนักแสดงตลกชื่อดัง ซึ่งมีรายงานว่าเสียชีวิตด้วยภาวะ ไตวายเฉียบพลัน เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้แฟนคลับและกระตุ้นให้สังคมหันมาให้ความสนใจกับภัยเงียบชนิดนี้มากขึ้น ว่าทำไมจึงเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายถึงชีวิตในเวลาอันสั้น
ไตวายเฉียบพลันคืออะไรและทำไมจึงน่ากลัว
ภาวะไตวายเฉียบพลันหรือ Acute Kidney Injury (AKI) เป็นภาวะที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ส่งผลให้ไตไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดหรือรักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกายได้ ของเสียที่สะสมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงต่อระบบอวัยวะอื่นๆ และอาจเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
สาเหตุหลักของภาวะไตวายเฉียบพลัน
ทางการแพทย์แบ่งสาเหตุสำคัญออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
- เลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ เช่น ภาวะช็อกจากเสียเลือดมาก การขาดน้ำรุนแรง ท้องเสียรุนแรง หรือโรคหัวใจล้มเหลว
- ความผิดปกติของไตโดยตรง เกิดจากการอักเสบของเซลล์ไต การได้รับสารพิษหรือยาบางชนิดเกินขนาด เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด
- การอุดกั้นของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต ต่อมลูกหมากโต หรือเนื้องอกที่ขวางทางไหลของปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะตีกลับไปทำลายเนื้อไต
5 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
บ่อยครั้งที่ภาวะนี้ไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก แต่หากสังเกตพบอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- ปัสสาวะน้อยลงผิดปกติหรือไม่มีปัสสาวะเลย
- อาการบวมบริเวณใบหน้า ขา และเท้า
- อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
- หอบเหนื่อย หายใจลำบากเนื่องจากมีน้ำท่วมปอด
- มึนงง สับสน หรืออาจถึงขั้นชักและหมดสติ
ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
- ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคไตเรื้อรังเดิม
- ผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน
- ผู้ที่รับประทานยาแก้ปวด สมุนไพร หรืออาหารเสริมที่ไม่ได้รับมาตรฐานต่อเนื่อง
ไตวายเฉียบพลันรักษาหายไหม
ข่าวดีคือภาวะไตวายเฉียบพลันสามารถรักษาให้หายและกลับมาเป็นปกติได้ หากพบสาเหตุและรักษาทันท่วงที แพทย์จะควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ จัดการกับโรคที่เป็นต้นเหตุ หรือในกรณีรุนแรงอาจต้องใช้การฟอกไตชั่วคราวเพื่อรอให้เนื้อไตฟื้นตัว
วิธีป้องกันที่ดีที่สุด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อรักษาระดับเลือดที่ไปเลี้ยงไต
- หลีกเลี่ยงการซื้อยากินเอง โดยเฉพาะยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) และยาหม้อ ยาลูกกลอน
- ควบคุมโรคประจำตัวให้เสถียรตามคำแนะนำของแพทย์
- ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเช็กค่าการทำงานของไต
ข้อมูลอ้างอิงจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และ Mayo Clinic (USA)



