4 วิธีแก้อาการตาล้า ฉบับเร่งด่วน ช่วยเซฟสายตาคนติดจอ
4 วิธีแก้อาการตาล้า ฉบับเร่งด่วน ช่วยเซฟสายตา

ในยุคดิจิทัลที่มนุษย์ออฟฟิศต้องนั่งทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันวันละ 8-10 ชั่วโมง แถมเวลาว่างยังต้องก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟน อาการ "ตาเบลอ ปวดตา" หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า อาการตาล้า จึงกลายเป็นโรคยอดฮิตที่มาคู่กับออฟฟิศซินโดรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัญญาณเตือนของอาการตาล้า มักเริ่มจากการรู้สึกตาแห้ง แสบตา สู้แสงไม่ได้ ตาพร่ามัวชั่วขณะ และลุกลามไปจนถึงขั้นปวดกระบอกตาหรือปวดศีรษะ หากคุณกำลังเผชิญวิกฤตสายตาพังเหล่านี้อยู่ วันนี้เราได้รวบรวมวิธีแก้อาการตาล้าแบบเร่งด่วนและยั่งยืนมาให้ลองทำตามกัน

4 วิธีแก้อาการตาล้า เร่งด่วน สยบอาการตาเบลอ

1. ใช้สูตรพักสายตา "20-20-20"

เป็นเทคนิคที่ทำง่ายที่สุดขณะนั่งทำงาน เมื่อคุณจ้องหน้าจอครบ 20 นาที ให้ละสายตาจากหน้าจอ แล้วมองออกไปไกลๆ ที่ระยะ 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที การมองต้นไม้สีเขียวหรือวิวระยะไกลจะช่วยให้กล้ามเนื้อตาที่กำลังหดเกร็งได้ผ่อนคลายลงทันที

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. กะพริบตาให้บ่อยขึ้น ลดอาการตาแห้ง

เวลาเราจ้องหน้าจออย่างตั้งใจ อัตราการกะพริบตาจะลดลงกว่าปกติถึง 50% ทำให้พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่มีอาการตาแห้งและแสบตาตามมา จงตั้งสติและกะพริบตาบ่อยๆ หรือหากมีอาการตาแห้งรุนแรง สามารถใช้ "น้ำตาเทียม" หยอดตาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นระหว่างวันได้

3. ประคบอุ่น-เย็น ผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา

ประคบอุ่น: หลังเลิกงาน ให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น (ไม่ร้อนจัด) ประคบลงบนเปลือกตาทั้งสองข้างประมาณ 5-10 นาที เพื่อช่วยให้เส้นเลือดรอบดวงตาหมุนเวียนดีขึ้น และช่วยเปิดต่อมไขมันที่เปลือกตาลดอาการตาแห้ง

ประคบเย็น: หากรู้สึกปวดเบ้าตาหรือตาบวมช้ำ การใช้ผ้าเย็นหรือเจลเย็นประคบจะช่วยลดอาการอักเสบและทำให้ดวงตารู้สึกสดชื่นขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

4. ปรับแสงสว่างหน้าจอ และจัดสภาพแวดล้อมใหม่

ตาล้า ทำไงดี? คำตอบง่ายๆ อาจเริ่มจากการปรับแสง หน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือไม่ควรสว่างเกินไปหรือมืดจนต้องเพ่ง และควรปรับตำแหน่งหน้าจอให้อยู่ห่างจากสายตาประมาณ 20-26 นิ้ว โดยให้กึ่งกลางหน้าจออยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 10-15 องศา เพื่อลดการเงยหน้ากว้างของตา

วิธีถนอมสายตา ระยะยาว ป้องกันดวงตาเสื่อมก่อนวัย

นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว การดูแลรักษาดวงตาอย่างยั่งยืนคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องคุณจากโรคทางสายตาที่รุนแรง เช่น ต้อหิน หรือวุ้นตาเสื่อมในอนาคต

  • เติมวิตามินบำรุงสายตา: ช่วยปกป้องเซลล์จอประสาทตาจากการถูกทำลาย อาหารที่แนะนำ ได้แก่ ผักโขม ฟักทอง แครอท และผลไม้ตระกูลเบอร์รี
  • สวมแว่นกรองแสงสีฟ้า: ลดปริมาณแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ที่เข้าสู่ดวงตา ควรเลือกแว่นสายตาเลนส์ Blue Block คุณภาพสูง
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: เพิ่มความชุ่มชื้นให้ระบบเนื้อเยื่อและดวงตา ควรดื่มน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องวันละ 8 แก้ว

ดวงตา คือสิ่งสำคัญที่เราต้องใช้งานไปตลอดชีวิต อาการพังจากการจ้องจอสามารถบรรเทาได้หากเราใส่ใจวิธีแก้อาการตาล้า และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานอย่างจริงจัง ทว่าหากคุณลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามคำแนะนำแล้ว แต่อาการตาเบลอ พร่ามัว หรือปวดเบ้าตายังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบ เห็นจุดดำลอยไปมา แนะนำให้เข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดทันที