นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เปิดตัวนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเป็นทางการ โดยแจกเงิน 10,000 บาทให้ประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 6 เดือน ครอบคลุม 50 ล้านคน ใช้จ่ายในร้านค้าชุมชน
รายละเอียดนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต
นโยบายนี้มุ่งให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไปที่มีรายได้ไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน หรือมีเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท ได้รับสิทธิ์ ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ คาดว่าใช้เงินงบประมาณ 500,000 ล้านบาท
เงื่อนไขการใช้งาน
ผู้ได้รับสิทธิ์ต้องใช้จ่ายภายใน 6 เดือน และไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ ร้านค้าสามารถนำเงินไปใช้ต่อหรือแลกเป็นเงินสดได้ โดยมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
รัฐบาลคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้น GDP เพิ่มขึ้น 1.5-2% และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 1.2 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนกังวลเรื่องหนี้สาธารณะที่อาจเพิ่มขึ้น
ตามที่รองนายกฯ ภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่า "นโยบายนี้จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน"
ข้อกังวลและข้อวิจารณ์
ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการดำเนินงาน และความเสี่ยงด้านไซเบอร์ เนื่องจากต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแสดงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะมีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล และการตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างเข้มงวด



