การวิ่งจะไม่เหงาอีกต่อไป เพราะตอนนี้เทรนด์สุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่คน แต่ขยายวงกว้างไปถึงลูกรักสี่ขาของเราด้วย เทรนด์ Pet-Inclusive Running หรือการพาสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะน้องหมา ออกไปวิ่งออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ หรือแม้แต่การลงสมัครงานวิ่งที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าร่วมได้ กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้สานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นแล้ว ยังช่วยเผาผลาญพลังงาน ลดความเครียด และลดพฤติกรรมทำลายข้าวของในบ้านของน้อง ๆ ได้ดีเยี่ยม
ข้อควรระวังสำคัญสำหรับการพาน้องหมาไปวิ่ง
หลายคนยังคงกังวลกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของประเทศไทย การพาน้องออกไปสับขาสู้ลม ต้องระวังภัยเงียบอย่าง ภาวะฮีทสโตรก หรือ โอเวอร์ฮีต ให้ดี เพราะร่างกายของน้องหมาไม่ได้มีต่อมเหงื่อระบายความร้อนทั่วตัวเหมือนมนุษย์ พวกเขาระบายความร้อนผ่านการหอบหายใจและฝ่าเท้าเท่านั้น หากเตรียมตัวไม่พร้อม การวิ่งสนุก ๆ อาจจบลงที่โรงพยาบาลสัตว์ได้
เช็กลิสต์การเตรียมตัวพาน้องหมาไปวิ่งนอกบ้านให้ปลอดภัย
1. เช็กเวลาให้เป๊ะ เลี่ยงแดดจัด และทดสอบพื้นถนน
กฎเหล็กของการวิ่งกับน้องหมาคือ ต้องวิ่งในช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงค่ำที่แดดร่มลมตกแล้วเท่านั้น สิ่งสำคัญที่หลายคนละเลยคือ ความร้อนของพื้นถนน ลองใช้กฎ 5 วินาที โดยการเอามือทาบลงบนพื้นถนนทิ้งไว้ 5 วินาที หากคุณรู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว อุ้งเท้าของน้องหมาก็ทนไม่ไหวและอาจพุพองได้เช่นกัน
2. อุปกรณ์ต้องพร้อม พักปลอกคอ ใช้สายรัดอก
สำหรับการวิ่ง ควรเปลี่ยนจากปลอกคอธรรมดามาเป็นสายรัดอก เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่คอและหลอดลมเวลาน้องหมาตื่นเต้นแล้วดึงสายจูง นอกจากนี้ควรใช้สายจูงสำหรับวิ่งโดยเฉพาะ หรือสายจูงที่มีความยาวพอเหมาะ เพื่อไม่ให้น้องวิ่งมาพันขาเราจนสะดุดล้ม
3. พกน้ำดื่มให้พร้อม เป็นบาร์เทนเดอร์ส่วนตัวให้น้อง
ไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยคือขวดน้ำและชามน้ำพกพา ควรหมั่นหยุดพักและให้น้องหมาจิบน้ำทุก ๆ 15-20 นาทีระหว่างวิ่ง เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิในร่างกาย อย่าปล่อยให้เขาวิ่งรวดเดียวแล้วรอให้กระหายจนหอบหนัก
4. ประเมินความฟิต เริ่มจากน้อยไปมาก
น้องหมาก็เหมือนคนที่เพิ่งเริ่มวิ่ง ไม่สามารถลงฮาล์ฟมาราธอนได้ตั้งแต่วันแรก ลองเริ่มจากระยะทางสั้น ๆ สลับกับการเดินกึ่งวิ่ง แล้วสังเกตอาการ หากเขาดูสนุกและยังไหว ค่อย ๆ เพิ่มระยะทางในวันถัดไป อย่างไรก็ตาม สุขภาพสายพันธุ์หน้าสั้นอย่างปั๊กหรือเฟรนช์ บูลด็อก จะมีโครงสร้างทางเดินหายใจที่ทำให้หอบและเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ควรเน้นแค่การเดินเร็วหรือวิ่งเบา ๆ ระยะสั้นเท่านั้น
สัญญาณเตือนภัย อาการแบบไหนคือน้องกำลังโอเวอร์ฮีต
- หอบหายใจรุนแรงและเร็วผิดปกติ
- เสียงหายใจดัง
- น้ำลายยืดเหนียว
- เหงือกและลิ้นมีสีแดงจัด หรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ/ซีด
- ท่าเดินเริ่มเซ ขาปัด
- ทิ้งตัวลงนอนกับพื้นไม่ยอมเดินต่อ
- ดูมึนงง สับสน ไม่ตอบสนองต่อการเรียก
ระหว่างทางต้องคอยสังเกตภาษากายของลูกรักตลอดเวลา หากน้องหมาเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ ให้หยุดวิ่งทันที โดยวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น รีบพาน้องเข้าที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำแข็งเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ความร้อนจะระบายออกไม่ได้ ลูบเช็ดตามตัว โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ขาหนีบ และฝ่าเท้า ให้ดื่มน้ำทีละน้อย และหากอาการไม่ดีขึ้นต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด
การวิ่งกับน้องหมาคือความสุขแบบคูณสอง เพียงแค่เราใส่ใจรายละเอียด เตรียมความพร้อม และเคารพขีดจำกัดของร่างกายเขา การวิ่งรับลมครั้งนี้ก็จะเป็นการสร้างเสริมสุขภาพกายที่ดี และเติมเต็มความสุขทางใจได้อย่างยั่งยืน



