หลายคนซื้อแคลเซียมมาบำรุงกระดูกแต่กลับมีอาการท้องอืด หรือกินเท่าไรก็ไม่เห็นผล รู้หรือไม่ว่า "เวลา" และ "ชนิดของแคลเซียม" คือกุญแจสำคัญ บทความนี้จะพาไปดูว่าควรกินแคลเซียมตอนไหน และกินอย่างไรให้ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด
แคลเซียมกินตอนไหนดีที่สุด? ควรเลือกแคลเซียมแบบไหนดี?
การกินแคลเซียมให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูที่ "ชนิดของแคลเซียม" เพราะแต่ละชนิดต้องการสภาพร่างกายที่ต่างกันในการดูดซึม
แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate)
ชนิดนี้พบบ่อยที่สุดและราคาเป็นมิตร "ต้องกินพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารทันที" เพราะต้องการกรดในกระเพาะอาหารช่วยในการแตกตัวและดูดซึม
แคลเซียมซิเตรต (Calcium Citrate)
ชนิดนี้ดูดซึมได้ดีกว่า "กินตอนไหนก็ได้" ไม่ว่าจะท้องว่างหรือพร้อมอาหาร เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีกรดในกระเพาะน้อย หรือผู้ที่ทานยาลดกรดเป็นประจำ
สูตรลับ ทำไมควรแบ่งกินแคลเซียม และควรเลือกกินพร้อมมื้อไหน?
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า ร่างกายคนเราสามารถดูดซึมแคลเซียมได้จำกัดต่อครั้ง (ไม่เกิน 500-600 มิลลิกรัม) ดังนั้นหากคุณต้องทานปริมาณมาก การแบ่งทานเช้าและเย็น จึงเห็นผลกว่าการอัดทีเดียวในมื้อเดียว
ทั้งนี้ การกินแคลเซียมใน "มื้อเย็น" มีข้อดี หลายคนจึงเลือกช่วงเวลานี้ เพราะในช่วงกลางคืนร่างกายจะขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากกว่าปกติ การเสริมในมื้อเย็นจะช่วยรักษาความสมดุลและลดการดึงแคลเซียมออกจากกระดูกมาใช้ในช่วงที่เราหลับนั่นเอง
ข้อควรระวัง! แคลเซียมห้ามกินคู่กับอะไร?
เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรเว้นระยะห่างจากการทานสิ่งเหล่านี้อย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง
- ธาตุเหล็ก แคลเซียมและเหล็กจะแย่งกันดูดซึม ทำให้ร่างกายได้รับไม่เต็มที่ทั้งคู่
- กาแฟและเครื่องดื่มคาเฟอีน คาเฟอีนจะไปขัดขวางการดูดซึมและเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ
- ผักที่มีออกซาเลทสูง เช่น ผักโขม หรือใบชะพลู เพราะจะไปจับตัวกับแคลเซียมจนเกิดเป็นก้อนนิ่วเล็กๆ และทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมไม่ได้
สรุปง่ายๆ คือ หากทานแคลเซียมทั่วไป (คาร์บอเนต) ให้ทานหลังอาหารมื้อเย็นดีที่สุด โดยควรทานร่วมกับน้ำดื่มสะอาด และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรมี วิตามินดี (Vitamin D) ร่วมด้วย เพราะวิตามินดีเปรียบเสมือนกุญแจที่ช่วยทำให้แคลเซียมทำงานได้ดีขึ้น



