เปิดโผรถใหม่ครึ่งปีหลัง 2569 HEV REEV มาแรง หนีน้ำมันแพง
เปิดโผรถใหม่ครึ่งปีหลัง 2569 HEV REEV มาแรง หนีน้ำมันแพง

ราคาน้ำมันในไทยได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานาน 3-4 เดือนแล้ว ราคาขายปลีกหน้าปั๊มยิ่งพุ่งทะลุเพดานเพราะการสู้รบที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้น สงครามความขัดแย้งที่เกิดจากฝั่งตะวันตกกระทำกับอิหร่าน ตอกย้ำให้ตลาดรถยนต์เมืองไทยปี 2569 ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทางพฤติกรรมแบบหนีตายอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขยอดขายของแต่ละแบรนด์ต่างห่อเหี่ยวไปตามๆกัน รถกระบะที่ครั้งหนึ่งเคยครองตลาดกลับเงียบเป็นเป่าสาก รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนที่คิดว่าจะขายดีเทน้ำเทท่าก็ต้องเจอกับสงครามราคาที่งัดเอามาต่อสู้กันอย่างถึงพริกถึงขิง รถใหม่เปิดตัวราคา 6 แสนมีให้เห็นมากกว่ารถราคาเรือนล้าน สำหรับรถไฮบริด HEV ของแบรนด์ญี่ปุ่นยังพอไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้ขายดีเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ถึงกับเงียบเป็นป่าช้า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

วิกฤตน้ำมันแพงเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค

ตัวเลขสถิติหลังบ้านและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคล่าสุด วิกฤตน้ำมันแพงรอบนี้ทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงจากปรากฏการณ์สำคัญ คือ รถยนต์สันดาปล้วน (ICE) ฝุ่นควันเริ่มจาง คนซื้อหันหาทางรอด เมื่อก่อนไม่นานมานี้เอง คนซื้อรถอาจจะมองเรื่องดีไซน์หรืออุปกรณ์เป็นหลัก แต่ชั่วโมงนี้คำถามแรกของคนเดินเข้าโชว์รูมคือ กินน้ำมันกี่กิโลเมตร/ลิตร ตัวเลขการจดทะเบียนป้ายแดงชัดเจนว่า รถยนต์สันดาปภายในเดิมๆไม่พ่วงไฮบริดขายไม่ค่อยดีมาสักระยะหนึ่งแล้ว คนไทยไม่ได้เลิกซื้อรถ แต่กำลังคิดคำนวนแผนการใช้งานที่จะต้องไม่กระทบกับเงินที่เจียดเป็นค่าน้ำมันรายเดือน ส่งผลให้รถไฮบริด HEV และปลั๊กอินไฮบริด PHEV รวมไปถึง REEV/EREV กลายเป็นเซฟโซนทางเลือกที่โตสวนกระแส ตอบโจทย์เรื่องความประหยัดได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับมากนัก แต่ REEV บางรุ่นถ้าไม่บันยะบันยังตะบึงเหยียบคันเร่ง อัตราสิ้นเปลือง 10.5 กิโลเมตรต่อลิตร ก็ทำให้สะดุ้งได้เหมือนกัน ต่างจากไฮบริด HEV ของญี่ปุ่นทั้ง Honda และ Toyota ห้อตะบึงด้วยความเร็วสูงก็ยังกิน 16-17 กิโลเมตรต่อลิตร การจะขับ City e:HEV ให้รับประทานขนาดนั้น ต้องใช้ความเร็วสูงชนิดเสี่ยงตายกันเลยทีเดียว นี่คือข้อได้เปรียบของไฮบริด HEV ที่ยังมีดีตรงแทบจะไม่ให้เครื่องกินน้ำมันเลย โคตรโหด

ตลาดรถกระบะไทยดิ่งต่ำสุดในรอบ 24 ปี

กลุ่มที่โดนหางเลขเต็มๆ จากวิกฤตเศรษฐกิจบวกราคาน้ำมันดีเซลที่ขยับเพดานขึ้นเรื่อยๆ คือ ตลาดรถกระบะบรรทุก 1 ตัน คาดการณ์กันว่ายอดขายปีนี้อาจดิ่งลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ โดยน่าจะหดตัวลงเหลือราวๆ 1.7 แสนคัน ปัญหาเดิมๆ ที่ไปว่าอะไรเค้าก็ไม่ได้ นั้นคือ สถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์นั้น เข้มมาก เพราะเคยเกิดหนี้สูญจากรถกระบะแบบซ้ำซากจนเกือบขาดสภาพคล่อง การปล่อยเงินซื้อกระบะของไฟแนนซ์จึงยากเหมือนเข็นครกขึ้นเนิน นอกเหนือจากค่าน้ำมันดีเซลที่ขึ้นเอาๆ แล้ว รายได้ของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และ SMEs ที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้คุณภาพหนี้สินเชื่อเช่าซื้อแย่ลง สถาบันการเงินก็เข้มงวดมากกว่าเดิม เกิดงานงอกแบบปล่อยสินเชื่อยาก กระบะสองตอนราคา 8-9 แสนบาทที่เคยเป็นตัวทำเงินของค่ายรถเกือบทุกแบรนด์ที่ขายรถปิคอัพ ตอนนี้ยอดวูบหายไปเยอะมากจนแทบจะกระอักเลือด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตัวเร่งปฏิกิริยาให้เทคโนโลยีใหม่เกิดเร็วขึ้น

ความกลัวราคาน้ำมันกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคเปิดใจรับพลังงานทางเลือกใหม่ๆ เร็วกว่าที่คิด สังเกตได้จากช่วงครึ่งปีหลัง ค่ายรถยนต์แทบจะไม่เหลือที่ยืนให้เครื่องยนต์สันดาปเพียวๆ แล้ว ทุกแบรนด์บิดกระดานมาเล่นไฮบริด หรือพยายามส่งเทคโนโลยีประเภท REEV (ไฟฟ้าช่วงขยายที่มีเครื่องยนต์ปั่นไฟ) เข้ามาตัดหน้าเพื่อช้อนคนเล็งรถใหม่ที่อยากได้รถประหยัดค่าน้ำมัน โดยกลัวเรื่องตู้ชาร์จสาธารณะในวันหยุดยาว

เปิดโผรถใหม่ช่วงครึ่งปีหลัง (ตั้งแต่กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป)

บอกเลยว่าสมรภูมิตลาดรถยนต์เมืองไทยเดือดระอุแน่นอน คราวนี้ไม่ใช่แค่สงครามตัดราคา BEV จีนเฉยๆ แล้ว แต่เป็นสงครามความหลากหลายของขุมพลังที่หวดกัน ระหว่างค่ายญี่ปุ่น ยุโรป และจีน ทั้งกลุ่มไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), ไฟฟ้าช่วงขยาย (REEV/EREV) ไปจนถึงกระบะดีเซลรุ่นย่อยใหม่

ค่ายญี่ปุ่น

  • Toyota Hilux TRAVO (เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร) หลังจากเปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตรไปแล้ว ครึ่งปีหลังนี้จะถึงคิวของเครื่องยนต์ดีเซลตระกูล GD ขนาด 2.4 ลิตร ทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร) และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แฟนคลับสายพาณิชย์และสายแต่งเตรียมนับเงินรอได้เลย
  • Honda City (MY2026) ล็อกคิวเตรียมปรับหน้าตาและอัปเดตสเปกใหม่ (Minorchange) พร้อมเครื่องจอมประหยัด e:HEV ลุยตลาดอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นี้เป็นต้นไป เพื่อย้ำแชมป์กลุ่ม B-ECO และ B-Hatchback
  • Honda Civic (S+ Shift) ตัวไมเนอร์เชนจ์รอบนี้สายซิ่งน่าจะถูกใจ เพราะในรุ่น e:HEV RS แว่วว่าจะมีการเพิ่มปุ่มโหมดการขับขี่ "S+" (คล้ายกับที่มีในรถสปอร์ตต้นแบบอย่าง Honda Prelude) เพื่อรีดการตอบสนองของระบบมอเตอร์ไฮบริดให้ดุดันกระชากใจขึ้น
  • Nissan Almera e-Power (ลุ้นเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ไทย) ด้วยอายุผลิตภัณฑ์ที่ถึงเกณฑ์จะต้องเปลี่ยนโฉม และโจทย์ภาษีไอเสียที่บีบคั้น มีกระแสข่าวหนาหูว่า Nissan อาจตัดสินใจส่งขุมพลัง e-Power ลงมาประทับร่างใน Almera ไมเนอร์เชนจ์ เพื่อดับเครื่องชนกลุ่มไฮบริดเจ้าตลาดโดยเฉพาะ
  • Nissan ELGRAND เจนเนอเรชันใหม่ รถตู้ VIP 3 แถว 7 ที่นั่ง เตรียมบุกไทยช่วงครึ่งปีหลังเพื่อท้าชน Alphard โดยตรง มาพร้อมขุมพลัง e-Power เจนฯ 3 รหัสใหม่ ZR15DDTe VC-Turbo 3 สูบ พ่วงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE

ค่ายจีน

ค่ายจีนทยอยส่งรถเครื่องยนต์ผสมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (REEV/PHEV) ปัญหาตู้ชาร์จสาธารณะล้นคิวรอชาร์จยาวเหยียดในช่วงวันหยุดมีมาสักพักแล้ว แต่สุดท้ายแล้ว ราคาเชื้อเพลิงก็บีบให้คนที่กำลังมองหารถคันใหม่เล็งไปที่รถยนต์ไฟฟ้าอยู่ดีโดยพยายามเลี่ยงการเดินทางไกลในช่วงลองวิคเอนท์ สองสามปีมานี้ นอกจากไฟฟ้าล้วนๆแล้ว ค่ายจีนช่วงครึ่งปีหลัง (2026) จะแห่กันส่งรถยนต์กลุ่มที่ไม่ต้องง้อปลั๊ก 100% เข้ามาเตรียมเปิดตัวหลายรุ่น

  • JAECOO 6T REEV รถเอสยูวีทรงกล่องขวัญใจสายลุย คอนเฟิร์มเปิดตัวรุ่นระบบขับเคลื่อนล้อคู่หน้าช่วงขยายระยะทาง (Range Extended Electric Vehicle) ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรทำหน้าที่ปั่นไฟเข้าแบตเตอรี่ 33.87 kWh วิ่งอีวีล้วนได้ 215 กม. และเมื่อรวมทั้งระบบน้ำมันปั่นไฟจะวิ่งได้ไกลทะลุ 1,000 กิโลเมตร
  • Geely Starray EM-i ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Geely เตรียมปักหมุดส่งรถเอสยูวีสไตล์พรีเมียมรุ่นนี้ลงสนามช่วงกลางถึงปลายครึ่งปีหลัง ชูจุดเด่นระบบปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่ประหยัดน้ำมันสุดขั้ว
  • BYD Sealion 8 & BYD TI7 PHEV ทางฝั่งค่าย BYD เตรียมส่งรถเอสยูวีไซส์ใหญ่แบบ 7 ที่นั่งอย่าง Sealion 8 เข้ามาเสริมทัพ ควบคู่กับการทดลองตลาดด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่อย่าง BYD TI7
  • AVATR 06T & Mazda CX-6e สองรุ่นที่เปิดตัวเรียกกระแสในงานปักกิ่งออโต้โชว์ 2026 ช่วงก่อนหน้านี้ มีลุ้นขยับทัพเข้ามาสร้างความฮือฮาในไทยช่วงปลายปีเช่นกัน

ค่ายยุโรป

สายหรูรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม Mercedes-Benz CLA EV & GLC EV ทิศทางของค่ายดาวสามแฉกช่วงครึ่งปีหลังจะหันมาเน้นแพลตฟอร์มไฟฟ้า 100% ยุคใหม่ โดยเฉพาะ GLC EV ที่ตามสเปกเคลมระยะทางวิ่งไกลถึง 713 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และตัวสปอร์ตซีดานอย่าง CLA EV ที่จะเข้ามาเขย่ากลุ่มรถพรีเมียมส่วนบุคคล