ธปท. จับตาเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้า หวั่นกระทบเศรษฐกิจระยะยาว
ธปท. จับตาเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้า หวั่นกระทบเศรษฐกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกรกฎาคม 2567 อยู่ที่ 0.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1-3% สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อต่ำ

สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ มาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อ่อนตัวลง รวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐที่ช่วยตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภท นอกจากนี้ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาสินค้าไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. เนื่องจากหากเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำนานเกินไป อาจนำไปสู่ภาวะเงินฝืด ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว นอกจากนี้ ยังอาจทำให้การบริโภคและการลงทุนชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคและนักลงทุนชะลอการตัดสินใจซื้อหรือลงทุน รอให้ราคาลดลงอีก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ธปท. กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อดูแลเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน โดยมองว่าอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำในขณะนี้เป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวเป็นหลัก และคาดว่าเงินเฟ้อจะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มุมมองต่อนโยบายการเงิน

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมายอาจเปิดโอกาสให้ ธปท. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน เนื่องจากยังคงให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเงิน และต้องการรอดูความชัดเจนของนโยบายการคลังของรัฐบาลชุดใหม่

ทั้งนี้ ธปท. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวได้ประมาณ 3.6% โดยมีแรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ขณะที่การส่งออกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว