เงินเฟ้อไทยพ.ค.67 ต่ำสุดรอบ13เดือน เหตุราคาอาหารสดลด-มาตรการรัฐ
เงินเฟ้อไทยพ.ค.67 ต่ำสุดรอบ13เดือน ราคาอาหารสดลด

กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2567 อยู่ที่ 107.84 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยายตัว 1.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 ที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.67%

สาเหตุที่เงินเฟ้อชะลอตัว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคมขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง มาจากปัจจัยด้านราคาอาหารสดที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาผักสดและเนื้อสัตว์ที่ลดลง เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ประกอบกับมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาลที่ช่วยตรึงราคาสินค้าและบริการบางประเภท เช่น ค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้ม

รายละเอียดของดัชนีราคา

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่าดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ขยายตัว 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ชะลอตัวลงจากเดือนเมษายนที่ขยายตัว 2.1% ขณะที่ดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ขยายตัว 1.7% ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าเช่นกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ราคาอาหารสด: ลดลง 0.5% จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสดและเนื้อหมู
  • ราคาพลังงาน: ขยายตัว 2.3% ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 3.1% จากมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลและค่าไฟฟ้า
  • ราคาสินค้าอื่นๆ: ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง เช่น ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าเช่าบ้าน และค่าบริการส่วนบุคคล

แนวโน้มเงินเฟ้อในระยะต่อไป

กระทรวงพาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมิถุนายน 2567 จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากฐานราคาในปีก่อนยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะราคาอาหารสดและพลังงาน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่อาจส่งผลต่ออุปสงค์ในประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2567 กระทรวงพาณิชย์ยังคงประมาณการไว้ที่กรอบ 1.0-2.0% โดยมีค่ากลางที่ 1.5% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดกรอบเงินเฟ้อเป้าหมายไว้ที่ 1-3%

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

อัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงเป็นสัญญาณที่ดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค เนื่องจากค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่ช้าลง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าขนส่ง ซึ่งอาจส่งผลให้มีการปรับราคาสินค้าในระยะต่อไปหากต้นทุนยังคงสูงต่อเนื่อง

ด้านนักวิชาการมองว่าเงินเฟ้อที่ต่ำอาจเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการจ้างงาน โดยแนะนำให้รัฐบาลดำเนินนโยบายการเงินและการคลังอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาสมดุล