สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยประจำเดือนเมษายน 2568 อยู่ที่ -0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 ที่เงินเฟ้ออยู่ที่ -0.4% โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานและอาหารสด
รายละเอียดดัชนีราคาผู้บริโภค
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปในเดือนเมษายน 2568 อยู่ที่ 107.82 จุด ลดลงจาก 108.15 จุดในเดือนมีนาคม 2568 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยหมวดที่ราคาลดลงมากที่สุดคือ พลังงาน ลดลง 4.2% ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ขณะที่อาหารสดลดลง 1.8% เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดมาก
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่องสะท้อนถึงกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวได้ช้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ชะลอการใช้จ่าย อย่างไรก็ดี การที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงเป็นบวกบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืดรุนแรง
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัว 3.0% โดยได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ทยอยฟื้นตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจกลับมาเป็นบวกในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ
- ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนเมษายน 2568 อยู่ที่ 107.82 จุด
- เงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.3% ต่ำสุดในรอบ 3 ปี
- เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.4%
- หมวดพลังงานลดลง 4.2% หมวดอาหารสดลดลง 1.8%
แนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า เงินเฟ้อที่ต่ำเป็นผลดีต่อผู้บริโภคในแง่ของค่าครองชีพ แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับต้นทุนที่ผันผวน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ราคาปรับขึ้นไม่ทันต้นทุน
ด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.00% ต่อไป เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยประเมินว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้บริโภคและธุรกิจ
ผู้บริโภคควรวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาสินค้าบางรายการยังคงต่ำ ขณะที่ธุรกิจควรเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบ
โดยสรุป เงินเฟ้อที่ติดลบในเดือนเมษายน 2568 เป็นสัญญาณของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต การฟื้นตัวที่แท้จริงจะต้องอาศัยการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้น
- ติดตามสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
- ปรับแผนการเงินให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาสินค้า
- ใช้ประโยชน์จากราคาพลังงานที่ต่ำในการลดต้นทุน
- ลงทุนในสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ



