กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนเมษายน 2568 ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ พบว่าเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.4% และชะลอตัวลงจากเดือนมีนาคมที่ปรับตัวขึ้น 2.4%
ปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อ
การชะลอตัวของเงินเฟ้อในเดือนเมษายนได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ราคาอาหารยังคงทรงตัว นอกจากนี้ ราคาสินค้าคงทน เช่น รถยนต์มือสอง ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
ผลกระทบต่อนโยบายการเงิน
ตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดการณ์นี้ อาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมครั้งต่อไป โดยนักวิเคราะห์มองว่าเฟดอาจเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ยังคงสูงที่ 2.8% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาในบางภาคส่วนยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในภาคบริการ เช่น ค่าเช่าบ้านและค่ารักษาพยาบาล
มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์
นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารชั้นนำหลายแห่งแสดงความเห็นว่า แนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงนี้เป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอาจช่วยลดความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ตาม พวกเขาเตือนว่าเฟดควรระมัดระวังในการตัดสินใจลดดอกเบี้ย เนื่องจากตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง
- ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 2.3% ต่ำกว่าคาด
- ราคาพลังงานลดลง 2.1% จากเดือนก่อน
- เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.8%
- ตลาดคาดเฟดลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน



