เงินเฟ้อไทยเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 1.54% สวนทางราคาพลังงานและอาหารสด
เงินเฟ้อไทยเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 1.54%

กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 107.93 สูงขึ้น 1.54% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2567 แต่เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 ลดลง 0.12%

สาเหตุการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ได้แก่ ราคาพลังงานที่สูงขึ้น 5.23% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 7.62% และค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 0.42%

นอกจากนี้ ราคาอาหารสดยังเพิ่มขึ้น 1.78% โดยเฉพาะผักสด ผลไม้สด และเนื้อสัตว์ อย่างไรก็ตาม ราคาอาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยังคงทรงตัว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เงินเฟ้อพื้นฐาน

ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน หรือเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งหักอาหารสดและพลังงานออกแล้ว อยู่ที่ 105.33 เพิ่มขึ้น 0.42% จากเดือนพฤษภาคม 2567 และเพิ่มขึ้น 0.11% จากเดือนเมษายน 2568

นายพูนพงษ์กล่าวว่า เงินเฟ้อพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนถึงแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่ยังไม่สูงมากนัก

แนวโน้มเงินเฟ้อในระยะต่อไป

กระทรวงพาณิชย์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 จะอยู่ที่ 1.5-2.5% โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาพลังงานโลกที่ผันผวน และมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้จะอยู่ในกรอบ 1-2% เนื่องจากเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

ผลกระทบต่อผู้บริโภค

การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าพลังงานและอาหารสด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น การตรึงราคาก๊าซหุงต้ม และการลดค่าไฟฟ้า เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้บริโภคควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย เช่น เลือกซื้อสินค้าที่จำเป็น และเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ เพื่อลดผลกระทบจากเงินเฟ้อ