จีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ย LPR 1 ปีและ 5 ปี หนุนเศรษฐกิจ
จีนลด LPR 1 ปีและ 5 ปี กระตุ้นเศรษฐกิจ

ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ทั้งระยะ 1 ปีและ 5 ปี ลง 0.25% มีผลตั้งแต่วันนี้ (21 ต.ค. 67) ส่งสัญญาณชัดเจนในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังชะลอตัว

รายละเอียดการปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR

อัตราดอกเบี้ย LPR ระยะ 1 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อส่วนใหญ่ ปรับลดลง 0.25% มาอยู่ที่ 3.10% จากเดิม 3.35% ขณะที่อัตราดอกเบี้ย LPR ระยะ 5 ปี ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ปรับลดลง 0.25% เช่นกัน มาอยู่ที่ 3.60% จากเดิม 3.85%

สาเหตุและเป้าหมายของการปรับลดดอกเบี้ย

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและประชาชน สนับสนุนการบริโภคและการลงทุน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากปัญหาต่างๆ เช่น วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ การลด LPR ระยะ 5 ปี ยังมีนัยสำคัญต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยของผู้กู้สินเชื่อบ้าน ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและบรรเทาปัญหาการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน

นักวิเคราะห์คาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของธุรกิจและครัวเรือน ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในระยะยาวยังต้องติดตามนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาลจีนควบคู่กันไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากตลาดการเงิน

ตลาดการเงินตอบรับเชิงบวกต่อการประกาศลดดอกเบี้ย โดยดัชนีหุ้นจีนปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินหยวนทรงตัว นักลงทุนมองว่ามาตรการนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของทางการจีนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและเสถียรภาพค่าเงินในระยะยาว

ทั้งนี้ การปรับลด LPR ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในปีนี้ ต่อจากการปรับลดในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ