ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.48 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ระหว่าง 32.32-32.52 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา แม้เงินบาทจะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้แนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ แต่ก็พลิกกลับมาอ่อนค่าลงทดสอบแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยกดดันค่าเงินบาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การอ่อนค่าของเงินบาทเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน สะท้อนจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในช่วงคืนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ต่างปรับตัวขึ้น โดยผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ย 1 ครั้งของ FED ในปีนี้เหลือเพียง 23% ส่งผลกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนุนดอลลาร์
เงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนที่ปรับตัวสูงขึ้นดีกว่าคาด ต่างจากฝั่งยุโรปที่ดัชนี PMI ออกมาผสมผสาน โดยอังกฤษปรับตัวขึ้นดีกว่าคาด ขณะที่ยูโรโซนกลับปรับตัวลดลงแย่กว่าคาด การอ่อนค่าของเงินบาทยังคงจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดทยอยขายทำกำไรจากสถานะ Short THB และผู้ส่งออกรอขายเงินดอลลาร์บริเวณแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์
ตลาดหุ้นและบอนด์ผันผวน
สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาดทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ FED ส่งผลกดดันหุ้นกลุ่มเทคฯ และ Growth โดยเฉพาะผลประกอบการของ IBM และ ServiceNow ที่น่าผิดหวัง อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและ Defensive ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดตลาดลดลง 0.41% และ Nasdaq ปรับตัวลง 0.89% ขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวที่ 4.34% โดยมีความผันผวนสูงจากปัจจัยตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจ
แนวโน้มค่าเงินบาท
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดที่ 32.46 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดเมื่อวาน ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องจากนักลงทุนซื้อเป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางสัญญาณว่าสงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อ แม้ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิง แต่ตลาดยังกังวล ขณะที่สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย
สำหรับกรอบเงินบาทใน 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 32.30-32.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีคำแนะนำให้ทยอยซื้อที่ 32.30 และขายที่ 32.60 ส่วนค่าเงินยูโรอยู่ที่ 37.70-38.20 บาท และเยนที่ 0.2000-0.2050 บาท
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
ผู้เล่นในตลาดรอลุ้นรายงานยอดค้าปลีกของอังกฤษในเดือนมีนาคม และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีในเดือนเมษายน ขณะที่ในไทยจับตารายงานยอดส่งออกและนำเข้าเดือนมีนาคม ซึ่งจะสะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างชัดเจน และอาจเห็นการขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
ทั้งนี้ ธนาคารกลางขนาดใหญ่หลายแห่งจะประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า รวมถึงเฟด อีซีบี บีโอเจ บีโออี และธนาคารกลางแคนาดา โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย เช่นเดียวกับกนง. ในวันที่ 29 เมษายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 1.00% ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง



