เงินบาทเปิด 32.37 แข็งค่าเล็กน้อย จับตาเจรจาตะวันออกกลาง
เงินบาทเปิด 32.37 แข็งค่าเล็กน้อย จับตาเจรจาตะวันออกกลาง

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ไร้ทิศทางชัดเจนระหว่างโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ และโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีช่วงอ่อนค่าลงบ้างตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนเมษายนสูงกว่าคาด

ปัจจัยหนุนเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งมาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการย่อตัวลงของราคาทองคำ หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.8% สูงกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI อยู่ที่ 2.8% สูงกว่าคาดเช่นกัน ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้เป็น 40%

แรงหนุนจากความหวังเจรจาตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทถูกชะลอลงบ้าง เนื่องจากเงินดอลลาร์พลิกกลับมาย่อตัวลง และราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นอีกครั้ง หลังผู้เล่นในตลาดรอลุ้นการเจรจา Trump-Xi summit ในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้การเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีความคืบหน้ามากขึ้น นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ที่ทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตลาดหุ้นสหรัฐและบอนด์

บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐถูกกดดันจากความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยเฉพาะแรงขายหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบปรับสถานะถือครองมากนักเพื่อรอลุ้นการเจรจา Trump-Xi summit ที่อาจช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ดัชนี S&P500 ปิดตลาดลดลง 0.16% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 0.71%

ด้านตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซน 4.47% หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ FED ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงและเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด แต่การปรับขึ้นถูกชะลอลงบ้างจากภาวะปิดรับความเสี่ยง โดยธนาคารกรุงไทยยังคงแนะนำให้รอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายในไตรมาส 2 และ FED มีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปลายปีนี้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า

ตลาดค่าเงินและทองคำ

เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในลักษณะ Sideways Up ตามการปรับเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ FED แต่ถูกจำกัดจากความหวังต่อการประชุม Trump-Xi summit โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 98.3 จุด ส่วนราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้น แต่ยังสามารถรีบาวด์กลับสู่โซน 4,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้จากภาวะปิดรับความเสี่ยงและความหวังต่อการเจรจาหยุดยิง

แนวโน้มค่าเงินบาท

นายพูน กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ผันผวนสูงในช่วงนี้ย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้าง ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงิน

ทั้งนี้ คาดว่าเงินบาทจะแกว่งตัวในกรอบ Sideways แถวโซนแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ และโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ โดยในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลและแรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ แต่การอ่อนค่าอาจถูกจำกัด เว้นแต่สถานการณ์ตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์

ทางฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 32.37 บาทต่อดอลลาร์ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิง โดยตลาดประเมินว่าแนวโน้มการเจรจาอาจชัดเจนขึ้นหลังการประชุม Trump-Xi summit ที่กรุงปักกิ่ง หากยืดเยื้ออาจทำให้ธนาคารกลางต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

สำหรับกรอบค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.20-32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีกลยุทธ์แนะนำทยอยซื้อที่ 32.20 และขายที่ 32.50 ขณะที่ค่าเงินยูโรอยู่ที่ 37.90-38.30 บาท และเยนที่ 0.2030-0.2070 บาท