เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.25 บาทต่อดอลลาร์ ส่งสัญญาณอ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังมีข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 32.25 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.20 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท
ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังจากที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากกว่าที่ประเมินไว้ โดยเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงประมาณ 18.00 น. การเคลื่อนไหวนี้เป็นผลจากการตอบสนองของตลาดการเงินต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่นที่หนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นใกล้โซน 155 เยนต่อดอลลาร์ รวมถึงกระแสข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
ในช่วงแรก ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงหนักราว 10% ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดปรับมุมมองว่า หากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้จริง อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ นอกจากนี้ ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นทดสอบโซน 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ดี ต่อมาผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการบรรลุข้อตกลงลงบ้าง เนื่องจากท่าทีของอิหร่านยังมีความไม่แน่นอน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เพิ่มเติมว่าหากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลง อาจนำไปสู่การโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ เงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ พลิกกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ส่วนราคาทองคำย่อตัวลง และเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลง
บรรยากาศตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงและรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ เช่น AMD ปรับขึ้น 18.6% อย่างไรก็ดี ตลาดถูกกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง Exxon Mobil ที่ลดลง 4.0% ตามราคาน้ำมันดิบที่ร่วงแรง ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดตลาดบวก 1.46% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 2.02%
ตลาดค่าเงิน
เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Up หลังผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อข้อตกลงหยุดยิงลง ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงจากโซน 155.6 เยนต่อดอลลาร์ สู่โซน 156.5 เยนต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 98 จุด
แนวโน้มค่าเงินบาท
นายพูน ระบุว่า เงินบาทยังคงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้าง โดยแนะนำให้ผู้เล่นในตลาดใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงิน
เงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งยังคงดำเนินอยู่ตลอดเดือนพฤษภาคม แต่จะทยอยลดลงหลังจบสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่เร่งรีบกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยจนกว่าจะเห็นความชัดเจนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ในเชิงเทคนิคัล เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าหรือแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน จนกว่าจะเห็นเงินบาทแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์อย่างชัดเจนใน Time Frame รายสัปดาห์ จึงจะปรับมุมมองใหม่ว่าเงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าอีกครั้ง
สำหรับกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.05-32.45 บาทต่อดอลลาร์



