เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดในรอบ 31 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นต้นมา
สาเหตุการแข็งค่าของเงินบาท
ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า มาจากการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นไทย หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ
นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนให้เงินบาทแข็งค่า
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลทั้งบวกและลบต่อเศรษฐกิจไทย โดยผลบวกคือช่วยลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันและสินค้าสำคัญอื่นๆ ทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง ขณะที่ผลลบคือส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก เนื่องจากสินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
นายกสมาคมผู้ส่งออกไทย กล่าวว่า ผู้ส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่ต้องแข่งขันด้านราคา อย่างไรก็ตาม คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวนจนเกินไป
แนวโน้มค่าเงินบาท
นักวิเคราะห์คาดว่า เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นอีกในระยะสั้น หากเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แต่ในระยะยาว ทิศทางค่าเงินบาทจะขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินของเฟดและเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อดูแลเสถียรภาพของค่าเงิน



