พาณิชย์เร่งพยุงราคาหอมหัวใหญ่ในเชียงใหม่ คุมเข้มนำเข้าผิดกฎหมายจากต่างประเทศ
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์หอมหัวใหญ่ที่กำลังเผชิญกับปัญหาราคาตกต่ำ เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม พร้อมกับแรงกดดันจากการนำเข้าจากต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกรณีการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่
มาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่และผู้ประกอบการในพื้นที่ ดำเนินโครงการรับซื้อและกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิตในราคานำตลาด เป้าหมาย 1,000 ตัน ระหว่างวันที่ 21–28 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อช่วยพยุงราคาและดูแลรายได้เกษตรกร นอกจากนี้ ยังเตรียมมาตรการเพิ่มเติมในช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด โดยยึดหลักราคานำตลาดและผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ
แนวทางบูรณาการ 7 ด้านเพื่อจัดการตลาดอย่างเป็นระบบ
กรมการค้าภายในได้วางโครงสร้างบริหารจัดการหอมหัวใหญ่แบบบูรณาการ 7 แนวทาง ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ได้แก่
- ทำตลาดล่วงหน้า: ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับผู้ประกอบการรับซื้อหอมหัวใหญ่รวม 6,700 ตัน มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจด้านตลาด
- กระจายสินค้า: สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิตช่วยรับออเดอร์และกระจายสินค้าในบรรจุภัณฑ์ขนาด 1, 2 และ 5 กิโลกรัม
- รณรงค์อุดหนุน: ขอความร่วมมือส่วนราชการและ 20 อำเภอที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิต ร่วมสนับสนุนผลผลิตจากพื้นที่เพาะปลูก
- จัดพื้นที่จำหน่ายโดยตรง: ให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายที่ศาลากลางจังหวัดและสถานที่ราชการ รวมถึงงานมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพในจังหวัดสระแก้ว
- ส่งออก: ประสานงานผ่านทูตพาณิชย์ ณ กรุงโตเกียว เพื่อผลักดันการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น
- เพิ่มความเข้มงวด: ประสานกรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคง สกัดการลักลอบนำเข้าและการสวมสิทธิ์ โดยผู้นำเข้าต้องขออนุญาตและแจ้งรายละเอียดครบถ้วน
- ติดตามราคา: ตรวจสอบราคาหอมหัวใหญ่อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสม
สถานการณ์ราคาและผลผลิตในปัจจุบัน
ปัจจุบัน ราคาหอมหัวใหญ่คละ (เบอร์ 0–3) ที่เกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่จำหน่ายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5–6 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงจากช่วงต้นฤดูกาลเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่เคยอยู่ที่ประมาณ 13 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับราคาในตลาดกรุงเทพฯ หอมหัวใหญ่ (เบอร์ 0–1) มีราคาขายส่งเฉลี่ย 22.50 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกเฉลี่ย 37.50 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งอยู่ในระดับเท่ากันกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่รายใหญ่ของประเทศ คิดเป็นเกือบ 70% ของผลผลิตทั้งหมด มีพื้นที่เพาะปลูก 5,130 ไร่ ผลผลิตภาพรวมประมาณ 25,000 ตัน โดยอำเภอแม่วางและสันป่าตองเป็นพื้นที่แรกที่ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 30% และคาดว่าฤดูกาลจะสิ้นสุดในสิ้นเดือนมีนาคมนี้



