ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด นายสาคร นิลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด นายปราโมทย์ จันทร์กระจ่าง นายก อบต.สะตอ นายสิงหา สูงสกุล นายก อบต.ประณีต นายวิทวัส สุญญาจาร นายก อบต.เทพนิมิต พาณิชย์จังหวัดตราด เกษตรจังหวัดตราด พร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนเงาะ ร่วมประชุมเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาราคาเงาะตกต่ำ ซึ่งล่าสุดราคาเงาะอยู่ที่กิโลกรัมละ 10-11 บาท สร้างความไม่พอใจให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยมีการเตรียมเทเงาะประท้วงภาครัฐ เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือล่าช้า
มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ
นางวรัญญา ถนอมพันธ์ พาณิชย์จังหวัดตราด เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราดได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนและช่วยเหลือผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด เร่งกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และบรรเทาปัญหาผลผลิตกระจุกตัวในช่วงฤดูกาลผลไม้ ภายใต้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินกิจกรรมดังนี้ เปิดจุดรับซื้อเงาะสีทองในราคานำตลาด เป้าหมายวันละ 30 ตัน จำนวน 2 จุด ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม ถึง 8 มิถุนายน 2569 จุดที่ 1 สหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรจังหวัดตราด จำกัด จุดที่ 2 สหกรณ์การเกษตรเขาสมิง จำกัด
นอกจากนี้ ยังได้เชื่อมโยงห้างซีพีแอ็กซ์ตร้า (แม็คโคร โลตัส) เข้ามารับซื้อเพิ่มเติมจากการค้าปกติ วันละ 5 ตัน เป้าหมายเบื้องต้น 100 ตัน โดยกรมฯ สนับสนุนตะกร้าขนาดบรรจุ 2-2.5 กิโลกรัม จำนวน 40,000 ใบ พร้อมประสานผู้ประกอบการ บริษัท ไทยเบสต์โปรดักส์โฮลดิ้ง จำกัด รับซื้อส่งเข้า 7-11 ในลักษณะกล่องพลาสติกขนาด 500 กรัม วันละ 2.5 ตัน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบโรงคัดบรรจุโดยซีพีออลล์
เสียงสะท้อนจากเกษตรกร
นายสมชาย ไชยแสน กำนันตำบลสะตอ กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในตำบลสะตอ แต่ส่งผลกระทบครอบคลุมพื้นที่อำเภอเขาสมิงและบ่อไร่ ปัญหาที่รุนแรงคือต้นทุนค่าจ้างเก็บเงาะที่สูงถึงกิโลกรัมละ 2-3 บาท ทำให้การขายเงาะในราคาตลาดตกต่ำเพียง 10 บาทต่อกิโลกรัม ไม่เหลือรายได้เพียงพอให้เกษตรกรนำไปหักลบกับต้นทุนค่าปุ๋ยและค่ายาได้ ส่วนมาตรการซื้อนำตลาดกิโลกรัมละ 2 บาท ไม่สามารถกระตุ้นกลไกราคาของล้งให้สูงขึ้นตามได้เลย อีกทั้งรับซื้อเพียงวันละ 30 ตัน ก็น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตจริง เนื่องจากเพียงแค่สวนเดียวก็อาจมีผลผลิตสูงถึงเกือบ 10 ตันต่อวันแล้ว ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ผู้รับเหมาและพ่อค้าคนกลางมีพฤติกรรมใช้ช่องว่างทางสัญญาเพื่อจงใจเอารัดเอาเปรียบและกดราคาชาวสวนมาอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายตรวจ สนเถ็ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลสะตอ กล่าวถึงปัญหาที่วิกฤตที่สุดในระดับพื้นที่ว่า ผู้รับเหมาที่ตกลงเหมาสวนไปแล้วกลับประวิงเวลาไม่ยอมมาตัดผลผลิตตามกำหนด และยังพยายามขอลดราคาลงจากที่ตกลงกันไว้ สิ่งนี้ส่งผลให้เงาะสุกคาต้นจนมีสีดำ เน่าเสีย และร่วงหล่นเต็มพื้นที่ ซึ่งความต้องการเร่งด่วนของชาวสวนในขณะนี้คือ การเร่งตัดเงาะออกจากต้นเพื่อจะได้ใส่ปุ๋ยและเตรียมต้นสำหรับการผลิตในฤดูกาลหน้า นอกจากนี้ ทางโรงงานรับซื้อจากนครปฐมได้เริ่มปฏิเสธเงาะจากจังหวัดตราด โดยหันไปรับซื้อเงาะจากเชียงใหม่และจันทบุรีแทน เนื่องจากเงาะตราดมีปัญหาลูกใหญ่ เม็ดใหญ่ และเน่าเสียจากการที่ผู้รับเหมาปล่อยทิ้งไว้คาต้นนานเกินไป ประกอบกับมีผู้ค้าบางรายในพื้นที่นำเงาะตกเกรดไปยัดไส้ส่งโรงงานจนทำลายความน่าเชื่อถือของจังหวัด ปัญหาเหล่านี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยต้นทุนค่าน้ำมันที่แพงขึ้นและการปิดชายแดน
ข้อเสนอแนะจากผู้นำท้องถิ่น
นายวิทวัส สุญญาจาร นายก อบต.เทพนิมิต ให้ข้อมูลว่าเฉพาะในเขตพื้นที่ตำบลเทพนิมิตเพียงแห่งเดียว มีปริมาณผลผลิตเงาะสีทองออกสู่ตลาดสูงถึงวันละ 50-60 ตัน มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐที่มีจุดรับซื้อเพียง 2 แห่งนั้น อาจเป็นวิธีที่ทำให้หน่วยงานรัฐทำงานได้ง่าย แต่กลับสร้างความลำบากให้แก่ชาวบ้านในการเข้าถึงอย่างมาก ปัญหาหลักที่พบคือ ล้งรับซื้อที่เข้าร่วมโครงการมักจะสงวนสิทธิพิเศษ หรือแจกตะกร้าให้กับสวนที่เป็นคู่ค้าประจำของตนเองก่อน ทำให้ชาวสวนรายย่อยทั่วไปไม่สามารถนำผลผลิตไปขายเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากมาตรการนำตลาดได้ จึงขอเสนอให้หน่วยงานภาครัฐปรับปรุงรูปแบบการดำเนินโครงการ เพื่อให้การกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและทำให้ชาวบ้านเข้าถึงประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
ขณะที่ นายสิงหา สูงสกุล นายก อบต.ประณีต กล่าวว่าปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนเงาะและมังคุดที่เกิดขึ้นซ้ำซากจนนำไปสู่การประท้วงหลายครั้งในจังหวัดตราด โดยได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขในระยะยาวให้หน่วยงานภาครัฐ เช่น พาณิชย์และหน่วยงานด้านการเกษตร บูรณาการข้อมูลและลงทะเบียนพื้นที่เพาะปลูกร่วมกันตั้งแต่ช่วงต้นปี เพื่อให้ทราบข้อมูลเชิงลึกว่าในแต่ละตำบลมีพื้นที่ปลูกผลไม้กี่ร้อยไร่ นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้ภาครัฐพิจารณากำหนดมาตรการประกันราคาขั้นต่ำที่ 15 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดได้และเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เนื่องจากการรักษาเสถียรภาพทางการเกษตรถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
ข้อเสนอจาก สส.ตราด
ส่วนนายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด ได้เสนอให้แบ่งการแก้ไขปัญหาออกเป็นสองส่วนหลักอย่างชัดเจน ในส่วนของระยะเร่งด่วนสำหรับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ต้องยอมรับว่า มาตรการรับซื้อนำตลาดของรัฐยังไม่สามารถลงลึกถึงเกษตรกรทุกคนได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากจุดรับซื้อมีเพียง 2 แห่งและโควตารับซื้อต่อวันอยู่ที่ 30 ตัน จึงฝากให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาเพิ่มโควตาและกระจายจุดรับซื้อไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ตำบลสะตอ เทพนิมิต และประณีต ส่วนในระยะยาว ฝากให้พาณิชย์จังหวัดและเกษตรจังหวัดจัดทำตัวเลขประเมินล่วงหน้าเพื่อเตรียมแผนกระจายสินค้าในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก



