จับตา Bitcoin ไตรมาส 2 หลังสงคราม ผลตอบแทนชนะทอง-S&P500 ลุ้น Fed คนใหม่หนุนนโยบาย
จับตา Bitcoin ไตรมาส 2 หลังสงคราม ผลตอบแทนชนะทอง-S&P500

จับตา Bitcoin ไตรมาส 2 หลังสงคราม ผลตอบแทนชนะทอง-S&P500 ลุ้น Fed คนใหม่หนุนนโยบาย

Bitazza Thailand ออกมาเปิดเผยแนวโน้มของตลาดคริปโตเคอเรนซีในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยคาดการณ์ว่า บิตคอยน์ (Bitcoin) มีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากช่วงสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาสนใจบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และทองคำอย่างชัดเจน

ผลตอบแทนโดดเด่นหลังสงครามตะวันออกกลาง

ธนวัต สุตันติวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิทาซซ่า จำกัด ระบุว่า หลังบิตคอยน์ให้ผลตอบแทนติดลบติดต่อกันถึง 5 เดือน ล่าสุดสามารถแตะระดับ 76,000 ดอลลาร์สหรัฐได้แล้ว โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากสงครามในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งหากนับตั้งแต่เปิดการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บิตคอยน์ให้ผลตอบแทนในระดับ 12% ขณะที่ดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทนที่ 2% ส่วนทองคำนั้นติดลบไป -9% ทั้งนี้ หากการเจรจาสงบศึกเป็นไปในทางบวก ก็ยังมีแนวโน้มช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาในบิตคอยน์ผ่าน ETF หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์อย่างทองคำในช่วงทำนิวไฮก่อนหน้านี้ไป และหันมาลงทุนในบิตคอยน์ที่ราคาอยู่ในระดับน่าสนใจกว่า พร้อมกับสองยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ Morgan Stanley ที่หันมาเปิดตัว Bitcoin ETF เอง ประกอบกับราคาบิตคอยน์ร่วงมาแล้ว 5 เดือนติดต่อกัน จึงมีโอกาสน้อยมากที่ราคาจะติดลบนานกว่านี้ แม้ในช่วงภาวะตลาดซบเซาจึงสามารถคาดหวังได้กับการฟื้นตัวของราคาหลังจากนี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสที่ 2

ส่วนปัจจัยที่ยังคงต้องจับตากันต่อในไตรมาสที่ 2 นั้น ประกอบไปด้วย:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • การเข้ามารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ของ Kevin Warsh ในเดือนพฤษภาคมนี้ ที่ถึงแม้ว่าทัศนคติของ Warsh เองจะเป็นเชิงบวกต่อโลกคริปโตฯ แต่หากแนวโน้มนโยบายการเงินนั้นยังดำเนินไปอย่างเคร่งครัด ไม่มีการลดดอกเบี้ย ตลาดก็ยังคงกังวลต่อ แต่หากรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการและให้ความเห็นว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ก็จะเป็นผลบวกต่อบิตคอยน์
  • ติดตามความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลตลาดคริปโตฯ ให้เป็นระบบเช่นเดียวกับตลาดการเงินดั้งเดิม ซึ่งหากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ความเชื่อมั่นต่อตลาดคริปโตฯ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย และจะมีเงินไหลเข้ามาในตลาดเพิ่มอีก
  • ติดตามการ IPO เข้าตลาดหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง SpaceX, OpenAI และ Anthropic ซึ่งอาจมีสภาพคล่องบางส่วนถูกดึงออกจากตลาดไปลงทุนใน 3 บริษัทนี้ แต่เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดกระแสลงทุนในสินทรัพย์ด้านเทคโนโลยีขึ้น รวมถึงบิตคอยน์ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ล่าสุดดัชนี S&P500 และ Nasdaq กลับมาสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้สำเร็จจะเป็นปัจจัยบวกช่วยหนุนตลาดคริปโตฯ ไปได้ต่อ

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง แม้ว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านจะเจรจาสงบศึกได้ แต่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกจะยังคงทำให้ตลาดการเงินมีความผันแปรอยู่ตลอดเวลา นักลงทุนจึงต้องมีวินัยการลงทุนที่เคร่งครัดและบริหารความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนอย่างสม่ำเสมอ