พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" และนายเอกวิทย์ มีพอชัย หรือ "เอกวิทย์" รับทราบข้อกล่าวหาในคดีสินบนทองคำแล้ว โดยศาลนัดไต่สวนนัดแรกในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ หลังจากที่ทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบนเป็นทองคำ
รายละเอียดคดีสินบนทองคำ
คดีนี้สืบเนื่องจากการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบนเป็นทองคำจากผู้ประกอบการรายหนึ่ง มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 50 ล้านบาท โดยทองคำที่ถูกยึดเป็นของกลางมีน้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม
บิ๊กโจ๊กและเอกวิทย์ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าทองคำดังกล่าวเป็นของส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ทางป.ป.ช. มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีต่อไป
คดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากคดีสินบนทองคำแล้ว ยังมีคดีสำคัญอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เช่น คดี พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับการออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด-19
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงคดีนี้ว่า "เราต้องรอให้ศาลมีคำวินิจฉัยก่อน แต่รัฐบาลมั่นใจว่า พ.ร.ก. นี้เป็นไปตามกฎหมายและจำเป็นต่อการฟื้นฟูประเทศ"
การเมืองและประเด็นอื่นๆ
ในแวดวงการเมือง นายปกรณ์ ปรีชานนท์ รองนายกฯ ฟิตจัด ได้เสนอมาตรการปราบโกงสอบเข้ารับราชการ โดยเสนอให้ ก.พ. เข้มงวด 5 มาตรการ เพื่อป้องกันการทุจริตในการสอบแข่งขัน มาตรการดังกล่าวรวมถึงการตรวจสอบประวัติผู้เข้าสอบ การใช้ระบบกล้องวงจรปิด และการสุ่มตรวจสอบข้อสอบ
ขณะที่พรรคการเมืองต่างๆ ยังคงเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะประเด็นนิรโทษกรรมทางการเมืองที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงในสังคม
ในส่วนของคดีขนยาเสพติดข้ามชาติ มีรายงานว่าแก๊งขนยาได้ใช้กลลวงซุกซ่อนเฮโรอีนในกระเป๋าเดินทางเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยผู้ต้องหาชาย 2 คนถูกส่งฝากขังต่อศาลแล้ว
ด้านเศรษฐกิจ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน แถลงถึงกรณี FOREX 28 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในต่างประเทศ โดยระบุว่าเป็นเรื่องปกติของตลาดการเงินที่ต้องมีการปรับตัว



