ชำแหละคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อ 7 พันล้าน ตร.รวบ 2 ผู้ต้องหาชาวจีน
ชำแหละคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อ 7 พันล้าน ตร.รวบ 2 ผู้ต้องหาชาวจีน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 2 ราย ในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่หลอกลวงเหยื่อเป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9 และที่พักแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี

รายละเอียดการจับกุม

พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายจำนวนมากถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและบริษัทขนส่งสินค้า โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 7,000 ล้านบาท จากการสอบสวนพบว่าแก๊งดังกล่าวมีเครือข่ายข้ามชาติ โดยมีฐานปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้าน และใช้บัญชีม้าของคนไทยในการรับโอนเงิน

ผู้ต้องหาทั้งสองรายคือ นายหลิว (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี และนายหวัง (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฟอกเงิน, และร่วมกันเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร โดยพบว่าทั้งสองเป็นผู้ประสานงานและบริหารเงินของแก๊งค์ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดอีกด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขยายผลพบเครือข่ายฟอกเงิน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าแก๊งนี้ใช้บัญชีม้ากว่า 200 บัญชี และมีการโอนเงินไปยังต่างประเทศผ่านระบบคริปโทเคอร์เรนซี มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท โดยตำรวจได้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ประกอบด้วย บัญชีเงินฝาก 50 ล้านบาท ทองคำแท่ง 100 กิโลกรัม และรถยนต์หรู 15 คัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

“การขยายผลยังพบว่าเครือข่ายนี้มีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมาและกัมพูชา โดยมีการใช้เทคโนโลยี VoIP ในการโทรศัพท์ข้ามประเทศ และใช้ซิมการ์ดที่ลงทะเบียนในนามผู้อื่น” พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว

ผลกระทบต่อผู้เสียหาย

นางสาวสมหญิง (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า เธอถูกหลอกให้โอนเงินรวม 15 ล้านบาท โดยแก๊งค์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์และตำรวจ โดยแจ้งว่าพัสดุของเธอถูกตรวจพบยาเสพติด “ฉันเสียเงินเก็บทั้งชีวิต ครอบครัวแทบแตกสลาย อยากให้ตำรวจจัดการเด็ดขาด” เธอกล่าว

ด้านนายอุดม (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี ผู้เสียหายอีกราย ถูกหลอกให้โอนเงิน 8 ล้านบาท โดยแก๊งค์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร เขาระบุว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้รับเงินคืนเลย หวังว่าคดีนี้จะถึงที่สุด”

แนวทางป้องกัน

ตำรวจแนะนำประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพที่โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือบริษัทขนส่ง โดยไม่ควรโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์ หากสงสัยให้โทรสอบถามที่สายด่วน 191 หรือ 1441 นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชัน “Police Alert” สำหรับตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ต้องสงสัยอีกด้วย