นายกฯ ชี้แจงหลักการ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยระบุว่า รัฐบาลได้จัดทำงบประมาณภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้พ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังเผชิญอยู่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า งบประมาณปี 2568 มีวงเงินรวม 3.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.8% โดยมีเป้าหมายหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
กรอบงบประมาณและนโยบายสำคัญ
นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า รายได้สุทธิที่คาดว่าจะจัดเก็บได้ในปี 2568 อยู่ที่ 2.87 ล้านล้านบาท ขณะที่รายได้จากแหล่งอื่นๆ อาทิ การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล อยู่ที่ 8.8 แสนล้านบาท ทำให้ต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลประมาณ 8.8 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 4.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
นโยบายสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการท่องเที่ยว การสนับสนุนเกษตรกรและ SMEs รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุขและการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้กับประชาชนที่ลงทะเบียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย
การจัดสรรงบประมาณตามแผนงาน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า งบประมาณปี 2568 จะเน้นการลงทุนใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 2) การเสริมสร้างความมั่นคง 3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และ 4) การบริหารจัดการภาครัฐ โดยมีรายละเอียดการจัดสรร ดังนี้
- งบประมาณเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม: 1.2 ล้านล้านบาท มุ่งเน้นการสร้างงาน สร้างรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำ
- งบประมาณเพื่อความมั่นคง: 5.8 แสนล้านบาท สำหรับการป้องกันประเทศและรักษาความสงบเรียบร้อย
- งบประมาณเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์: 6.5 แสนล้านบาท เน้นการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการสังคม
- งบประมาณเพื่อการบริหารจัดการภาครัฐ: 1.35 ล้านล้านบาท สำหรับค่าใช้จ่ายบุคลากรและดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ
การดำเนินนโยบายและเป้าหมาย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 3-4% ในปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการลดหนี้สินครัวเรือนและการควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การจัดทำงบประมาณครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูประเทศจากผลกระทบของโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจโลก



