นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการคุมเข้มการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารและลูกเรือในสนามบิน หลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมาตรการใหม่นี้รวมถึงการห้ามลูกเรือรับหิ้วของจากบุคคลอื่น การเพิ่มสุนัข K9 ในการตรวจสอบ และการยกระดับการข่าวเพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพติด
ที่มาของมาตรการคุมเข้ม
นายสิริพงศ์กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุมแทนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งติดภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัด ที่ประชุม ป.ป.ส. ได้เสนอแนวทางมาตรการต่างๆ ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะนำไปปฏิบัติเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ยืนยันว่า ก่อนหน้านี้เกิดเหตุแอร์โฮสเตสถูกจับที่ออสเตรเลีย ทางการไทยได้มีการเข้มงวดมาตรการตรวจสอบตามหลักสากลอยู่แล้ว รวมถึงมีการจับกุมการลักลอบขนยาเสพติดที่สนามบินทั้งขาเข้าและขาออกอย่างต่อเนื่อง
การยกระดับการตรวจสอบ
นายสิริพงศ์ระบุว่า หลังจากนี้จะมีการกำชับให้เข้มงวดเรื่องการตรวจสอบมากขึ้น เนื่องจากขบวนการลักลอบขนยาเสพติดอาจรู้กระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่และพยายามหาวิธีหลบเลี่ยงอยู่ตลอดเวลา สำหรับกรณีลูกเรือรับหิ้วของ ตามปกติสนามบินมีการตรวจสอบลูกเรือผ่านเครื่องสแกนอยู่แล้ว แต่เมื่อพบว่ามีการรับหิ้ว จะมีการยกระดับมาตรการเพิ่มเติม เช่น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จะออกกฎเพิ่มเติมแจ้งไปยังทุกสายการบินให้ควบคุม โดยห้ามรับหิ้วของเนื่องจากอาจเกิดความเสี่ยง รวมถึงอบรมเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเอ็กซเรย์ ยกระดับเรื่องการข่าว และเพิ่มสุนัข K9 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีกว่า 60 ตัว มาร่วมกับสุนัข K9 ของกรมศุลกากร
ผลกระทบและแนวทางต่อไป
นายสิริพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมจะมีการให้นโยบายกำชับเพิ่มเติมแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการลักลอบขนยาเสพติดผ่านสนามบิน มาตรการเหล่านี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกรณีแอร์โฮสเตสถูกจับที่ออสเตรเลีย



