ศาลอุทธรณ์สหรัฐอเมริกาได้มีคำสั่งยกเลิกการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทั่วประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ได้ออกคำสั่งห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าเกือบทั้งหมดในสหรัฐฯ โดยอ้างถึงความกังวลด้านสุขภาพของเยาวชน คำตัดสินของศาลครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะของผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้า แต่สร้างความกังวลให้กับนักวิชาการและองค์กรด้านสาธารณสุข
รายละเอียดคำตัดสินของศาล
ศาลอุทธรณ์ประจำเขตที่ 5 ของสหรัฐฯ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2568 ว่าการที่ FDA ปฏิเสธคำขออนุญาตจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจากบริษัทต่างๆ นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยศาลระบุว่า FDA ใช้อำนาจเกินขอบเขตและไม่มีอำนาจในการห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ การตัดสินครั้งนี้ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตสามารถยื่นขออนุญาตจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าได้อีกครั้ง และสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เคยถูกห้ามไปแล้วได้ทันที
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
นายจอห์น สมิธ โฆษกสมาคมผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าแห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า “เรายินดีกับคำตัดสินของศาลที่เคารพสิทธิทางธุรกิจและยึดหลักวิทยาศาสตร์ การจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าควรอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เหมาะสม ไม่ใช่การห้ามแบบเบ็ดเสร็จ” อย่างไรก็ตาม ดร.ซาราห์ จอห์นสัน จากสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐฯ แสดงความกังวลว่า “การยกเลิกคำสั่งห้ามจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง” ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าในปี 2566 มีเยาวชนอายุ 14-18 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าถึง 2.1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14 ของประชากรกลุ่มนี้
ผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์คาดว่าการยกเลิกคำสั่งห้ามจะทำให้ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าในสหรัฐฯ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 แต่ในด้านสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคตินและสารเคมีอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อปอดและระบบหัวใจ โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณายื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาต่อไป



