เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาจับกุมผู้ต้องหาชาวกัมพูชา 3 ราย ฐานค้ามนุษย์เด็ก โดยล่อลวงเด็กสาวอายุระหว่าง 15-17 ปี ไปขายบริการทางเพศออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Telegram และ Facebook โดยมีลูกค้าทั้งชาวกัมพูชาและต่างชาติ
รายละเอียดการจับกุม
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ โดยตำรวจกัมพูชาสนธิกำลังกับองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ (AIM SWAT) และกองกำลังพิเศษต่อต้านการค้ามนุษย์ของกัมพูชา ผู้ต้องหาทั้งสามคนถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์เด็ก ล่อลวงเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ และค้าประเวณีเด็ก
วิธีการล่อลวง
ผู้ต้องหาใช้วิธีการล่อลวงเด็กสาวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน Telegram และ Facebook โดยสร้างบัญชีปลอมและแอบอ้างเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก จากนั้นจึงชักชวนให้เด็กสาวมาพบเพื่อทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ก่อนจะบังคับให้ขายบริการทางเพศออนไลน์ โดยผู้ต้องหาจะเป็นคนจัดการนัดหมายกับลูกค้าและรับเงินค่าบริการ
เหยื่อและลูกค้า
เหยื่อเป็นเด็กสาวอายุระหว่าง 15-17 ปี จำนวน 3 คน ซึ่งถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศให้กับลูกค้าทั้งชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกัมพูชา การชำระเงินทำผ่านระบบธนาคารออนไลน์และแอปพลิเคชันโอนเงิน
การดำเนินคดี
ผู้ต้องหาทั้งสามคนถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกัมพูชา ซึ่งมีโทษหนักสำหรับการค้ามนุษย์เด็ก โดยอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี และปรับเงินอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ยังคงสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการและลูกค้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ปฏิกิริยาจากองค์กรระหว่างประเทศ
องค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ (AIM SWAT) ออกแถลงการณ์ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่กัมพูชา พร้อมระบุว่า "การค้ามนุษย์เด็กทางออนไลน์เป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ต้องได้รับการปราบปรามอย่างจริงจัง เราจะทำงานร่วมกับทางการกัมพูชาเพื่อยุติการละเมิดสิทธิเด็ก"
ผลกระทบและแนวโน้ม
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการค้ามนุษย์เด็กที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการล่อลวงเด็ก ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เด็กตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอมากขึ้นและมีปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าทางออนไลน์มากขึ้น



