เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ศาลจังหวัดมุกดาหารมีคำพิพากษาในคดีที่ นายสมชาย คำสิงห์ หรือน้าชาติ ถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม ด.ญ.ชมพู่ หรือน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2560 โดยศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าน้าชาติเป็นผู้กระทำผิด
รายละเอียดคดี
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 เมื่อน้องชมพู่หายตัวไปจากบ้านในพื้นที่อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ต่อมาพบศพในป่าหลังจากนั้น 3 วัน ตำรวจได้สอบปากคำบุคคลใกล้ชิดรวมถึงน้าชาติ ซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของครอบครัว ต่อมาในปี 2562 ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆาตกรรมน้าชาติ โดยอ้างหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และคำให้การของพยาน แต่ทนายความของน้าชาติโต้แย้งว่าหลักฐานดังกล่าวไม่น่าเชื่อถือ
คำพิพากษา
ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีจุดอ่อนหลายประการ โดยเฉพาะการตรวจดีเอ็นเอและคำให้การของพยานที่ขัดแย้งกันเอง นอกจากนี้ กระบวนการสอบสวนยังมีข้อบกพร่อง เช่น การควบคุมตัวน้าชาติโดยไม่มีหมายจับที่ถูกต้อง และการแจ้งข้อหาโดยที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง และปล่อยตัวน้าชาติทันที
นายสมชายกล่าวหลังฟังคำพิพากษาว่า “รู้สึกดีใจที่ความจริงปรากฏ แต่ก็เสียใจกับครอบครัวน้องชมพู่ที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ” โดยระบุว่าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากตำรวจ เพราะต้องการให้คดีคลี่คลายตามกฎหมาย
ปฏิกิริยาจากสังคม
คดีนี้สร้างความสนใจในสังคมไทย เนื่องจากเป็นคดีที่มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและการทำงานของตำรวจ หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการสอบสวนเพื่อป้องกันการแจ้งข้อหาโดยปราศจากหลักฐานที่แข็งแรง ขณะที่ครอบครัวน้องชมพู่ยังคงหวังว่าคดีจะได้รับการสืบสวนต่อไปเพื่อหาผู้กระทำผิดตัวจริง
ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ วงศ์สมบัติ อดีตหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี กล่าวว่า “คำพิพากษานี้เป็นบทเรียนให้ตำรวจต้องทำงานด้วยความรอบคอบมากขึ้น” พร้อมยอมรับว่าการสอบสวนในครั้งนี้อาจมีข้อผิดพลาด



