งานวิจัยล่าสุดจากสหราชอาณาจักรยืนยันว่าวัคซีน HPV (Human Papillomavirus) สามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่อายุยังน้อย ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The Lancet พบว่าผู้หญิงที่ได้รับวัคซีน HPV ก่อนอายุ 17 ปี มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกลดลงถึง 88% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน
รายละเอียดของงานวิจัย
การศึกษานี้ดำเนินการโดยทีมนักวิจัยจาก King's College London และ Cancer Research UK โดยติดตามข้อมูลสุขภาพของผู้หญิงในอังกฤษจำนวนกว่า 13 ล้านคนที่เกิดระหว่างปี 1988 ถึง 1996 ซึ่งรวมถึงผู้ที่ได้รับวัคซีน HPV ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา โดยโครงการฉีดวัคซีน HPV ของอังกฤษเริ่มขึ้นในปี 2008 สำหรับเด็กผู้หญิงอายุ 12-13 ปี และต่อมาได้ขยายให้ครอบคลุมถึงเด็กผู้ชายด้วย
ผลการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ได้รับวัคซีน HPV ก่อนอายุ 17 ปี มีอัตราการเป็นมะเร็งปากมดลูกลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่อายุ 12-13 ปี ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุด ตามรายงานของเครือข่ายข่าว PPTV HD 36
ประสิทธิภาพของวัคซีนตามช่วงอายุ
งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลงตามอายุที่ได้รับวัคซีน โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนในช่วงอายุ 14-16 ปี มีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกลดลงเหลือประมาณ 62% ขณะที่ผู้ที่ได้รับวัคซีนเมื่ออายุ 16-18 ปี มีประสิทธิภาพเพียง 34% อย่างไรก็ตาม แม้ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนช้าก็ยังมีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเลย
ดร.คาเรน แคนฟีล จาก Cancer Research UK กล่าวว่า "นี่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าวัคซีน HPV ช่วยชีวิตคนได้จริง วัคซีนนี้ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อฉีดให้ตั้งแต่อายุยังน้อย"
ผลกระทบต่อนโยบายสาธารณสุข
ผลการศึกษานี้มีนัยสำคัญต่อนโยบายการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่กำลังดำเนินโครงการฉีดวัคซีน HPV ให้กับเด็กผู้หญิงในโรงเรียน ปัจจุบันวัคซีน HPV มีให้บริการทั้งชนิด 2 สายพันธุ์ (HPV 16 และ 18) ซึ่งป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 70% และชนิด 9 สายพันธุ์ที่ป้องกันได้ถึง 90%
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดเป้าหมายให้ทุกประเทศดำเนินการฉีดวัคซีน HPV ให้กับเด็กผู้หญิงอายุ 9-14 ปี อย่างน้อย 90% ภายในปี 2030 เพื่อกำจัดมะเร็งปากมดลูกให้หมดไปจากโลก
ความครอบคลุมของวัคซีนในประเทศไทย
ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีน HPV ให้กับเด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2560 โดยใช้ชนิด 2 สายพันธุ์ และล่าสุดในปี 2566 ได้ขยายให้ครอบคลุมถึงเด็กผู้ชายด้วย อย่างไรก็ตาม ความครอบคลุมของวัคซีนยังไม่ถึงเป้าหมาย เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเน้นย้ำว่าวัคซีน HPV มีความปลอดภัยสูง โดยมีข้อมูลจากการติดตามผลระยะยาวกว่า 10 ปีไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง และการฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม
แนวโน้มในอนาคต
งานวิจัยนี้สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ เร่งรัดการฉีดวัคซีน HPV โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กก่อนวัยรุ่น ซึ่งจะช่วยลดภาระโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะยาว นอกจากนี้ การพัฒนาวัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการลดต้นทุนการผลิตจะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น
ดร.แคนฟีลกล่าวเพิ่มเติมว่า "เรามีเครื่องมือที่ทรงพลังในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว ตอนนี้เราต้องทำให้แน่ใจว่าเด็กผู้หญิงทุกคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงวัคซีนนี้ได้"



